ปัจจัยพื้นฐาน
คู่เงิน GBP/USD เคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วงต้นสัปดาห์ โดยตลาดจับตาข้อมูลเงินเฟ้อ (CPI) ของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันที่ 13 มกราคม ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของ Federal Reserve ในระยะถัดไป ฝั่งสหรัฐฯ แม้ตัวเลข Non-Farm Payrolls เดือนธันวาคมจะออกมาอ่อนแอที่ 50,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 60,000-70,000 ตำแหน่ง แต่ค่าเงินดอลลาร์ยังคงแข็งค่า สะท้อนความคาดหวังว่า Fed จะชะลอการลดดอกเบี้ยและอาจลดเพียง 1-2 ครั้งในปี 2026 ขณะที่ฝั่งสหราชอาณาจักร เศรษฐกิจยังคงเผชิญแรงกดดันจาก GDP ที่หดตัวต่อเนื่อง -0.1% เงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับ 3.2% สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Bank of England และอัตราการว่างงานที่ปรับขึ้นสู่ 5.1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2020 ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ BoE มีท่าทีระมัดระวังในการผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยตลาดคาดว่าจะลดดอกเบี้ยเพียง 1-2 ครั้งเช่นกัน ด้วยอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่ใกล้เคียงกัน (Fed 3.50-3.75% vs BoE 3.75%) ทิศทางของคู่เงินจึงขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่จะประกาศในสัปดาห์นี้เป็นสำคัญ
การวิเคราะห์กราฟ Multi Time Frame
● Daily (D1): ราคาปิดที่ 1.34765 อยู่เหนือ SMA 21 (1.3448), SMA 50 (1.3297), SMA 100 (1.3369) และ SMA 200 (1.3389) บ่งชี้โครงสร้างขาขึ้นในภาพใหญ่ อย่างไรก็ตาม RSI(9) อยู่ที่ 55.28 แสดงโมเมนตัมปานกลาง ขณะที่ Stochastic (34.13/53.35) เริ่มชี้ลงจากโซน Overbought และ MACD Histogram เป็นลบที่ -0.00115 สะท้อนแรงส่งขาขึ้นที่เริ่มชะลอตัว
● H4: ราคาอยู่เหนือ SMA 21 (1.3445) และ SMA 200 (1.3376) แต่อยู่ใกล้ SMA 50 (1.3467) และ SMA 100 (1.3459) ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวต้านระยะสั้น RSI(9) อยู่ที่ 61.26 และ Stochastic (79.42/52.91) อยู่ในโซน Overbought MACD Histogram กลับมาเป็นบวกที่ +0.00066 แสดงการฟื้นตัวของโมเมนตัมขาขึ้น
● H1: ราคายืนเหนือ SMA 21 (1.3437) และ SMA 50 (1.3431) อย่างชัดเจน RSI(9) ขยับขึ้นสู่ 68.28 เข้าใกล้โซน Overbought Stochastic (82.06/84.70) อยู่ในโซน Overbought แล้ว และ MACD Histogram เป็นบวกที่ +0.00050 สนับสนุนแนวโน้มขาขึ้นระยะสั้น แต่ต้องระวังการปรับฐาน
● M30: ราคาอยู่เหนือ SMA 21 (1.3460) และทุกเส้น SMA RSI(9) อยู่ที่ 61.82 Stochastic (62.84/68.50) อยู่ในระดับปานกลาง MACD Histogram เป็นบวกเล็กน้อยที่ +0.00003 แสดงการเคลื่อนไหวในกรอบแคบรอทิศทาง
● M15: ราคาเคลื่อนไหวรอบ SMA 21 (1.3471) RSI(9) อยู่ที่ 58.01 Stochastic (39.78/40.57) อยู่ในโซนกลาง MACD Histogram เป็นลบเล็กน้อยที่ -0.00012 บ่งชี้โมเมนตัมชะลอตัวในระยะสั้นมาก
● M5: ราคาอยู่เหนือ SMA 21 (1.3472) เล็กน้อย RSI(9) อยู่ที่ 58.01 Stochastic (67.35/61.75) อยู่ในระดับปานกลาง-ค่อนข้างสูง MACD Histogram เป็นบวกที่ +0.00007 แสดงโมเมนตัมขาขึ้นในระยะสั้นมาก
สรุปภาพรวม: กราฟ Timeframe ใหญ่ (D1) แสดงโครงสร้างขาขึ้นแต่โมเมนตัมเริ่มชะลอ ขณะที่ Timeframe กลาง-เล็ก (H4-H1) แสดงการฟื้นตัวระยะสั้นโดยมี Indicator เข้าสู่โซน Overbought ซึ่งอาจนำไปสู่การพักตัวหรือปรับฐานก่อนเลือกทิศทาง
แนวรับ-แนวต้านสำคัญ
จากการวิเคราะห์ทุก Timeframe โดยพิจารณาจากค่า SMA และระดับราคาสำคัญ สามารถสรุปแนวรับ-แนวต้านที่เหมาะสมได้ดังนี้:
แนวต้าน (Resistance):
● R1: 1.3485-1.3505 — แนวต้านระยะใกล้ เป็นบริเวณที่ SMA 50 (H4) และ SMA 100 (H1) รวมตัวกัน หากราคาทะลุขึ้นไปได้จะเปิดทางสู่แนวต้านถัดไป
● R2: 1.3520-1.3550 — แนวต้านระยะกลาง เป็นโซนที่ราคาเคยถูกปฏิเสธหลายครั้งในช่วงปลายปี 2025 ถือเป็นด่านสำคัญก่อนทดสอบจุดสูงสุด
● R3: 1.3566 — แนวต้านสำคัญ เป็นระดับสูงสุดของปีที่ผ่านมา หากทะลุขึ้นไปได้จะเป็นสัญญาณบวกสำคัญต่อแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว
แนวรับ (Support):
● S1: 1.3445-1.3455 — แนวรับระยะใกล้ เป็นบริเวณที่ SMA 21 (D1) และ SMA 21 (H4) รวมตัวกัน คาดว่าจะมีแรงซื้อเข้ามาหากราคาย่อตัวลงมาทดสอบ
● S2: 1.3400-1.3410 — แนวรับระยะกลาง เป็นระดับจิตวิทยาสำคัญและใกล้เคียงกับ SMA 200 (D1) ที่ 1.3389 ถือเป็นแนวรับที่แข็งแกร่ง
● S3: 1.3275-1.3300 — แนวรับสำคัญ เป็นบริเวณ Swing Low ก่อนหน้าและ SMA 50 (D1) หากหลุดลงมาจะเป็นสัญญาณลบต่อแนวโน้มระยะกลาง
🔑 โซนสำคัญที่ต้องจับตา:
● โซนแนวต้านสำคัญ: 1.3500-1.3505 — หากราคาทะลุขึ้นและยืนเหนือระดับนี้ได้ จะเป็นสัญญาณยืนยันการกลับตัวขาขึ้นระยะสั้น
● โซนแนวรับสำคัญ: 1.3400 — เป็นระดับจิตวิทยาที่ตลาดให้ความสำคัญ หากหลุดลงไปจะเพิ่มแรงกดดันขาลงสู่ 1.3275-1.3300
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชี้นำการตัดสินใจซื้อขาย ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนการลงทุนทุกครั้ง