1. ภาพรวมตลาด
ตลาด CFD วันที่ 23 มกราคม 2026 กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญที่ขับเคลื่อนโดยปัจจัยพื้นฐานหลายประการ โดยเฉพาะการผ่อนคลายความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ-ยุโรป การประกาศนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาด
ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อตลาด — ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศยกเลิกแผนการเก็บภาษีนำเข้า 10% จาก 8 ประเทศยุโรป (ฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ เดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์) หลังจากได้ข้อตกลง Framework เกี่ยวกับกรีนแลนด์กับเลขาธิการ NATO พร้อมยืนยันจะไม่ใช้กำลังทหารในการยึดกรีนแลนด์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปตอบรับเชิงบวก โดยดัชนี Stoxx 600 ปิดเพิ่มขึ้น 1.1% ขณะที่ดัชนี DAX, CAC 40 และ FTSE 100 ต่างปรับตัวขึ้นเช่นกัน
นโยบายการเงินธนาคารกลาง — จุดสนใจหลักของวันนี้อยู่ที่การประกาศนโยบายของ Bank of Japan (BOJ) ซึ่งตลาดคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 0.75% หลังจากปรับขึ้น 25 basis points ในเดือนธันวาคม 2025 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนจับตาคำแนะนำของ Governor Ueda เกี่ยวกับค่าเงินเยนที่อ่อนค่า เนื่องจาก Core CPI ญี่ปุ่นอยู่ที่ 3.0% สูงกว่าเป้าหมาย 2% เป็นเดือนที่ 44 ติดต่อกัน
ในส่วนของ Federal Reserve ตลาดเดิมพันว่าจะพักการลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 28 มกราคม โดยคงอัตราที่ 3.75% ขณะที่ข้อมูล Core PCE Inflation เดือนพฤศจิกายนอยู่ที่ 2.8% ยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ Fed
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่ง — GDP ไตรมาส 3 ปี 2025 เติบโต 4.4% เกินความคาดหมาย ขณะที่ Initial Jobless Claims อยู่ที่ 200,000 ราย ต่ำกว่าคาดและต่ำกว่าเกณฑ์สำคัญเป็นครั้งที่สองในรอบหนึ่งปี สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความยืดหยุ่นแม้จะเผชิญกับอัตราดอกเบี้ยที่สูง
2. ผลกระทบต่อตลาด
📈 Forex
- USD (DXY ~98.45-98.80) — ดอลลาร์อ่อนค่าจากกระแส “Sell America” Trade หลังความตึงเครียดกรีนแลนด์ แม้จะฟื้นตัวบางส่วนหลัง Trump ถอยจากท่าทีแข็งกร้าว แต่ยังคงลดลงกว่า 8% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
- EUR/USD — ยูโรได้แรงหนุนจากการผ่อนคลายความกังวลสงครามการค้า ECB คาดคงดอกเบี้ยตลอดปี 2026 ด้วยเงินเฟ้อที่ 2.1% และเศรษฐกิจเติบโต 1.2%
- USD/JPY — จุดสนใจหลักอยู่ที่การประกาศของ BOJ หาก Governor Ueda ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้น อาจทำให้เยนแข็งค่าและ USD/JPY ปรับตัวลงรุนแรง โดยเฉพาะใกล้ระดับแทรกแซง 158-160
- Policy Divergence — ความแตกต่างของนโยบายการเงินระหว่าง Fed (พักลดดอกเบี้ย) กับ ECB (คงดอกเบี้ย) และ BOJ (อาจขึ้นดอกเบี้ย) สร้างโอกาสเทรดในคู่สกุลเงินหลัก
🥇 XAUUSD (ทองคำ)
- ราคาปัจจุบัน ~$4,893/oz — ทองคำทำสถิติ All-Time High ใหม่ ได้แรงหนุนจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และกระแส Safe-Haven Demand
- ปัจจัยหนุน — ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงสะสมทองคำ โดยในเดือนตุลาคม 2025 มียอดซื้อรวม 53 ตัน เพิ่มขึ้น 36% MoM นำโดยธนาคารกลางโปแลนด์
- แนวโน้ม — สถาบันการเงินชั้นนำคาดทองคำอาจทะลุ $5,000-5,400 ภายในสิ้นปี 2026 แม้ราคาจะอยู่ในระดับสูงและมีความเสี่ยง Overbought
- แนวรับ-แนวต้าน — แนวรับสำคัญ $4,576-4,600 แนวต้านถัดไป $5,000 (จิตวิทยา)
📊 US Indices (ดัชนีหุ้นสหรัฐ)
- S&P 500 (~6,875-6,940) — ฟื้นตัวแข็งแกร่ง +1.16% หลัง Trump ยกเลิกภาษียุโรป พร้อมทำสถิติ All-Time High ในสัปดาห์แรกของปี
- Dow Jones (~49,007-49,468) — พุ่งขึ้นเกือบ 600 จุด ได้แรงหนุนจากหุ้น P&G, American Express และ UnitedHealth
- Nasdaq (~23,224-23,547) — หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะ Nvidia (+0.5%), Microsoft (+1.1%), Meta (+3%) หลังข่าว Alibaba เตรียม List หน่วยธุรกิจชิป
- ปัจจัยเสี่ยง — Earnings Season และการปรับ Margin Requirements สำหรับหุ้นสหรัฐ โดยบางโบรกเกอร์ปรับ Margin เป็น 20% (Leverage 1:5) ชั่วคราว
- Risk Appetite — Buy-side Sentiment เข้าใกล้ระดับสูงสุดของเดือนธันวาคม 2024 โดยหุ้นเป็น +68% Net Bullish
🛢️ US Oil (น้ำมันดิบ WTI)
- ราคาปัจจุบัน ~$59.44/bbl — น้ำมันร่วงหนักต่ำกว่า $60 จากความกังวลอุปทานล้นตลาด
- ปัจจัยกดดัน — IEA เตือนว่าอุปทานจะเกินอุปสงค์อย่างมีนัยสำคัญในปี 2026 โดยสต็อกอาจเพิ่มขึ้น 3.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 3.6 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ปัจจัยหนุนบางส่วน — Force Majeure ที่แหล่งน้ำมันคาซัคสถานและการส่งออกเวเนซุเอลาที่อ่อนแอ
- แนวโน้ม — โอกาสฟื้นตัวระยะสั้นหากมีความตึงเครียดใหม่หรือหยุดชะงักด้านอุปทาน แต่ภาพรวมยังเป็นขาลงจากปัจจัยพื้นฐาน
- แนวรับ-แนวต้าน — แนวรับ $58-59 แนวต้าน $61-62
₿ เหรียญดิจิทัล (Cryptocurrencies)
- BTC (~$89,900-$95,000) — เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ หลังปรับฐานจาก All-Time High ที่ $126,000 ในเดือนตุลาคม 2025
- ปัจจัยหนุน — Spot ETF ได้รับเงินไหลเข้ากว่า $1.9 พันล้านในสัปดาห์แรกของมกราคม 2026 สะท้อนความสนใจจากสถาบัน
- ปัจจัยกดดัน — ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินและภาษีศุลกากร รวมถึง Fear & Greed Index อยู่ในโซน Neutral (50)
- แนวโน้ม — นักวิเคราะห์คาดราคาจะเคลื่อนไหวในกรอบ $75,000-$150,000 ตลอดปี 2026 โดยมีจุดศูนย์กลางประมาณ $110,000
- แนวรับ-แนวต้าน — แนวรับ $91,500-92,000 แนวต้าน $98,000-100,000
3. บทสรุป
ตลาด CFD วันที่ 23 มกราคม 2026 สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์กลับมาสู่ปัจจัยพื้นฐานเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยการผ่อนคลายความตึงเครียดกรีนแลนด์ช่วยลดความกังวลสงครามการค้า แต่นักลงทุนยังต้องจับตานโยบายการเงินของธนาคารกลางโลกอย่างใกล้ชิด
สรุปทิศทางตลาด:
- ทองคำ — แนวโน้มขาขึ้นระยะยาว แม้ราคาอยู่ในระดับสูง
- น้ำมัน — แนวโน้มขาลงจากอุปทานล้น เหมาะกับการเทรดระยะสั้น
- หุ้นสหรัฐ — Risk Appetite เพิ่มขึ้น แต่ระวัง Earnings Season
- Forex — จับตา Policy Divergence โดยเฉพาะ USD/JPY
- เหรียญดิจิทัล — ผันผวนในกรอบ รอปัจจัยกระตุ้นใหม่
คำแนะนำการบริหารความเสี่ยง: เทรดเดอร์ควรยึดหลัก Risk Management อย่างเคร่งครัด โดยจำกัดความเสี่ยงไม่เกิน 1-2% ต่อการเทรด ใช้ Stop Loss เสมอ และหลีกเลี่ยงการใช้ Leverage สูงเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่ข้อมูลสำคัญกำลังจะประกาศ
บทวิเคราะห์นี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน