ที่ตั้งและภาษา

Taurex Global Limited ได้รับการกำกับดูแลโดยหน่วยงานบริหารงานการเงิน(FSA) ของเซเชลส์ (SD092)

Dow Jones ทะลุ 50,000 จุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์ — ทองคำเด้งกลับ $5,000 — เหรียญดิจิทัลจมดิ่งหนักสุดรอบ 16 เดือน | จับตา US CPI & NFP สัปดาห์นี้

สัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่ตลาดการเงินโลกเผชิญความผันผวนรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2026 โดยมีปัจจัยกระทบหลายด้านเข้ามาพร้อมกัน ทั้งการสิ้นสุด Government Shutdown ในสหรัฐฯ หลังประธานาธิบดี Trump ลงนามร่างงบประมาณ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ การเลื่อนเผยแพร่ตัวเลข Nonfarm Payrolls (NFP) ซึ่งเป็นข้อมูลตลาดแรงงานที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง ตลอดจนนโยบายธนาคารกลางหลักที่ส่งสัญญาณแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย ECB และ BoE คงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามคาด ขณะที่ RBA ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ส่งผลให้ AUD แข็งค่าขึ้นเป็นสกุลเงินหลักที่แข็งแกร่งที่สุดในสัปดาห์ นอกจากนี้ การเสนอชื่อ Kevin Warsh อดีตผู้ว่าการ Fed เป็นประธาน Fed คนใหม่แทน Jerome Powell ยังสร้างแรงกดดันอย่างมากต่อสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจาก Warsh มีแนวคิดลดขนาด Balance Sheet ของ Fed ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ–อิหร่าน ยังคงเป็นปัจจัยที่หนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ แม้จะเริ่มมีการเจรจาในโอมาน

ในส่วนของภาพทางเทคนิค แต่ละสินทรัพย์มีพัฒนาการที่น่าสนใจดังนี้

📈 ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ (US Indices)

  • Dow Jones ปิดที่ 50,141 จุด (+2.52%) ทำ New All-Time High เหนือ 50,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ นำโดยหุ้นกลุ่ม Semiconductor อย่าง Nvidia (+8.02%), Broadcom และ AMD (ขึ้นกว่า 7% แต่ละตัว) แนวรับสำคัญอยู่ที่ 48,900 และแนวต้านถัดไปอยู่ที่ 50,500 จุด
  • S&P 500 ปิดที่ 6,932 จุด (+1.97%) แม้ Rally แรงในวันศุกร์ แต่รายสัปดาห์ยังปิดลดลง -0.1% จากต้นสัปดาห์ แนวรับ 6,798 / แนวต้านจิตวิทยา 7,000 จุด
  • Nasdaq Composite ปิดที่ 23,031 จุด (+2.18% ในวันศุกร์) แต่รายสัปดาห์ยังคงติดลบ -1.9% สะท้อนความกังวลเรื่อง AI Disruption และ Valuation ของหุ้นเทคโนโลยี แนวรับ 22,500 / แนวต้าน 23,500 จุด

🥇 ทองคำ (Gold / XAU/USD)

  • ทองคำเผชิญความผันผวนสูงมาก ร่วงจาก All-Time High $5,608 เมื่อปลายมกราคม ลงมาแตะ $4,400 จากแรงเทขายทำกำไรและ CME ขึ้น Margin ต่อเนื่อง 6 ครั้ง ก่อน Rebound กลับมาที่ระดับ ~$4,968 ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์
  • แนวต้านจิตวิทยาสำคัญอยู่ที่ $5,000 ซึ่งตรงกับ Fibonacci Retracement 50% ของการร่วง / แนวรับหลักอยู่ที่ $4,400 (SMA 50 วัน + ขอบล่าง Ascending Channel)
  • ปัจจัยหนุนหลัก: ดอลลาร์อ่อนค่า ความตึงเครียด US-Iran และแรงซื้อ Bargain Hunting จากธนาคารกลางและกลุ่มตลาดเกิดใหม่

🛢️ น้ำมันดิบ (Crude Oil)

  • WTI ปิดที่ $63.55/บาร์เรล (+0.41%) / Brent ปิดที่ $68.05/บาร์เรล (+0.74%) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยจากความกังวลเรื่องเจรจา US-Iran
  • ภาพรวมรายสัปดาห์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจาก Oversupply หลัง Saudi Arabia ลดราคา Arab Light สำหรับลูกค้าเอเชียเดือนมีนาคมลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี
  • WTI แนวรับ $60.00 / แนวต้าน $65.00 — Brent แนวรับ $66.00 / แนวต้าน $70.00 อยู่ในภาวะ Range-bound

💵 ตลาด Forex (สกุลเงินหลัก)

  • EUR/USD ซื้อขายในกรอบแคบ 1766–1.1838 ไม่สามารถ Break แนวต้าน 1.1850 ได้ แนวโน้มระยะกลาง MUFG คาดว่าจะแตะ 1.2000 ภายในสิ้นไตรมาส 1
  • GBP/USD ปรับลดจาก 1.3686 มาปิดที่ 3612 (-0.54%) มีสัญญาณ Dovish จาก BoE แนวรับ 1.3509 / แนวต้าน 1.3733
  • USD/JPY ปรับตัวขึ้นจาก 154.92 มาที่ 11 (+0.95%) เยนอ่อนค่าต่อเนื่องเป็นสกุลเงินหลักที่อ่อนค่าที่สุดในสัปดาห์ จับตาผลเลือกตั้งสภาล่างญี่ปุ่นวันที่ 8 ก.พ. แนวรับ 155.30 / แนวต้าน 157.35
  • AUD/USD แข็งค่าขึ้นมาที่ ~0.7015 (+0.60%) หลัง RBA ขึ้นดอกเบี้ย แนวรับ 6915 / แนวต้าน 0.7050

₿ เหรียญดิจิทัล (Cryptocurrency)

  • เหรียญดิจิทัลยังคงอยู่ใน “Crypto Winter” อย่างหนัก ราคาร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน โดยลดลง -44% จาก ATH ~$126,000 (ตุลาคม 2025) มาซื้อขายแถว ~$64,000–65,000 ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ระหว่างสัปดาห์เคยร่วงลงไปแตะ $60,000
  • สาเหตุหลัก: การเสนอชื่อ Kevin Warsh, Fed คงดอกเบี้ย + ท่าที Neutral, Liquidation Cascade ($1.7 พันล้าน), Fear & Greed Index ดิ่งลงสู่ 16 จุด
  • Ethereum ร่วงรุนแรงกว่า เคยหลุด $1,700 กลางสัปดาห์ ก่อน Rebound กลับมาที่ ~$2,135 แนวรับ $1,700 / แนวต้าน $2,400
  • แนวรับสำคัญของเหรียญดิจิทัลหลักอยู่ที่ $60,000 หากราคาหลุดต่ำกว่านี้ นักวิเคราะห์มองว่าอาจเปิดทางลงสู่ระดับ $50,000

ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์ 9–13 กุมภาพันธ์ 2026

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลเศรษฐกิจระดับ High Impact จากหลายประเทศหลัก ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดการเงินโลกในระยะถัดไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) และตัวเลขจ้างงาน (NFP) ที่ถูกเลื่อนมาจากสัปดาห์ก่อน จะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่า Fed จะยังคงจุดยืน Neutral ต่อไป หรือเริ่มส่งสัญญาณเปลี่ยนทิศทางนโยบาย ทั้งนี้ ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความเสี่ยงทางการคลังของสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตาควบคู่กัน

  • 📌 US CPI — เงินเฟ้อสหรัฐฯ (ศุกร์ 13 ก.พ.) : ข้อมูลสำคัญที่สุดของสัปดาห์ คาดการณ์ Core CPI อยู่ที่ 0.3% m/m และ CPI y/y ที่ 2.5% หากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด จะลดโอกาสการลดดอกเบี้ยของ Fed และกดดันสินทรัพย์เสี่ยง
  • 📌 Nonfarm Payrolls — NFP ที่ถูกเลื่อน (พุธ 11 ก.พ.) : รายงานฉบับนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีการปรับ Annual Benchmark Revisions และอัปเดต Seasonal Adjustment Factors ซึ่งอาจเปลี่ยนภาพรวมตลาดแรงงานปี 2025 อย่างมีนัยสำคัญ คาดการณ์ NFP ที่ 70K (ก่อนหน้า 50K) และ Unemployment Rate คงที่ 4.4%
  • 📌 US Retail Sales (อังคาร 10 ก.พ.) : สะท้อนกำลังซื้อผู้บริโภคสหรัฐฯ คาดการณ์ Core Retail Sales 0.4% m/m และ Retail Sales 0.4% m/m
  • 📌 UK GDP m/m (พฤหัสบดี 12 ก.พ.) : คาดการณ์ขยายตัว 0.1% m/m สะท้อนสุขภาพเศรษฐกิจอังกฤษ พร้อมข้อมูล Manufacturing Production และ Industrial Production ที่จะออกในวันเดียวกัน ส่งผลโดยตรงต่อแนวโน้มดอกเบี้ย BoE
  • 📌 China CPI & PPI (พุธ 11 ก.พ.) : คาดการณ์ CPI y/y ที่ 0.4% และ PPI y/y ที่ -1.5% สะท้อนแรงกดดันเงินฝืดในเศรษฐกิจจีน ส่งผลต่อบรรยากาศตลาดเอเชีย
  • 📌 สถานการณ์ US–Iran : การเจรจาในโอมานยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน สหรัฐฯ ต้องการขยายวาระเจรจาครอบคลุมขีปนาวุธพิสัยไกลและกิจกรรมในภูมิภาค ขณะที่อิหร่านยืนยันเจรจาเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์ ความไม่แน่นอนนี้ยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำและน้ำมัน
  • 📌 ผลเลือกตั้งสภาล่างญี่ปุ่น (8 ก.พ.) : ผลการเลือกตั้งอาจส่งผลต่อค่าเงินเยนในสัปดาห์นี้ หาก PM Takaichi ได้รับการสนับสนุน อาจหมายถึงนโยบาย Reflationist ที่กดดันเยนต่อเนื่อง
  • 📌 Funding Cliff ใหม่ของ DHS : งบประมาณ Department of Homeland Security จะหมดอายุอีกครั้งภายใน ~10 วัน สร้างความเสี่ยง Government Shutdown รอบใหม่
  • 📌 Fed Speakers ตลอดสัปดาห์ : Waller, Bostic, Hammack, Logan และ Miran มีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่งอาจให้สัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับทิศทางนโยบายการเงิน

ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ

นอกเหนือจากข้อมูลเศรษฐกิจหลักแล้ว ยังมีปัจจัยเชิงลึกหลายประการที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางตลาดในระยะกลางถึงยาว

  • 📊 NFP Benchmark Revisions — ตัวเลขที่อาจเปลี่ยนภาพตลาดแรงงานทั้งหมด : การปรับปรุง Annual Benchmark Revisions ใน NFP ฉบับนี้มีความสำคัญมาก เนื่องจากอาจปรับลดตัวเลขจ้างงานปี 2025 ลงอย่างมีนัยสำคัญ ก่อนหน้านี้ NFP เดือนธันวาคม 2025 ออกมาเพียง 50,000 ตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนการชะลอตัวอย่างชัดเจนจากค่าเฉลี่ยปี 2024 ที่ 167,000 ตำแหน่งต่อเดือน หากมีการปรับลดย้อนหลัง จะเป็นสัญญาณว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอกว่าที่เคยประเมิน และอาจเปิดทางให้ Fed ลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น
  • 📊 ผลกระทบจากภาษีนำเข้า (Tariffs) ต่อเงินเฟ้อ : ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า Core Goods Prices เพิ่มขึ้น 1.4% YoY ในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนอกช่วงโควิดตั้งแต่ปี 2011 นักเศรษฐศาสตร์จาก Harvard ประเมินว่าภาษีนำเข้าทำให้เงินเฟ้อโดยรวมเพิ่มขึ้นราว 0.75 จุดเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม สัญญาณเชิงบวกจาก UoM Inflation Expectations ที่ปรับลดจาก 4.0% เหลือ 3.5% ชี้ว่าผู้บริโภคเริ่มมองว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากภาษีเป็นเพียงชั่วคราว
  • 📊 Divergence ของธนาคารกลาง — ปัจจัยสำคัญขับเคลื่อน Forex : ทิศทางนโยบายการเงินที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างธนาคารกลางหลัก สร้างโอกาสและความเสี่ยงในตลาด Forex โดย RBA ขึ้นดอกเบี้ยขณะที่ BoJ คงดอกเบี้ยที่ 0.75% ทำให้ AUD/JPY ทำ New High ในรอบ 30 ปี ขณะที่ BoE ส่งสัญญาณ Dovish เล็กน้อยจากการที่สมาชิก MPC งดออกเสียงมากกว่าคาด เพิ่มโอกาสการลดดอกเบี้ยในระยะอันใกล้ ส่วน Fed ยังคงจุดยืน Neutral ที่ 3.50–3.75% ท่ามกลางความไม่แน่นอนเรื่องประธาน Fed คนใหม่
  • 📊 Kevin Warsh Effect — ผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยงและตลาดพันธบัตร : การเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ส่งผลกระทบลึกซึ้งต่อตลาด โดยเฉพาะแนวคิดการลดขนาด Balance Sheet ที่กดดันสภาพคล่องในระบบ ตลาดเหรียญดิจิทัลได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด สะท้อนจาก Fear & Greed Index ที่ร่วงลงสู่ 16 จุด และเกิด Forced Liquidation ในตลาด Futures รวมมูลค่ากว่า $1.7 พันล้าน ขณะที่ ETF Outflows ในสัปดาห์เดียวสูงถึง $1.7 พันล้าน ตอกย้ำการเปลี่ยนทิศของนักลงทุนสถาบัน
  • 📊 ทองคำ vs. เหรียญดิจิทัล — การแยกตัวของ “Safe Haven” : สัปดาห์นี้เห็นการแยกตัวที่ชัดเจนระหว่างทองคำและเหรียญดิจิทัล ทองคำยังคงได้รับแรงหนุนจากสถานะ Safe Haven แท้จริง โดยสถาบันการเงินอย่าง CIBC Bank คาดราคาเฉลี่ยอาจแตะ $6,000/oz ในปี 2026 ขณะที่เหรียญดิจิทัลสูญเสียสถานะ “Digital Gold” ไปอย่างสิ้นเชิง ร่วงลง 44% จาก ATH ท่ามกลางภาวะ Risk-off ซึ่งตรงกันข้ามกับสิ่งที่ผู้สนับสนุนเคยคาดหวัง
  • 📊 Oil Supply Dynamics — Saudi Arabia ลดราคาท่ามกลาง Oversupply : การที่ Saudi Arabia ลดราคาน้ำมัน Arab Light สำหรับลูกค้าเอเชียลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนภาวะ Oversupply ในตลาด แม้ OPEC+ จะยังคงตรึงกำลังการผลิตถึงเดือนมีนาคม 2026 อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จากเจรจา US-Iran ที่ยังไม่มีข้อสรุป ยังคงเป็นปัจจัย Upside Risk ที่อาจดันราคาน้ำมันขึ้นได้ตลอดเวลา

บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การซื้อขาย CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้

Dow Jones ทะล...

สิ่งที่ตลาดจั...

ทำไมธนาคารกลา...

Shutdown ล็อก...

Market Insights​

กุมภาพันธ์ 9, 2026

Dow Jones ...

สัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นหน...

Market Insights​

กุมภาพันธ์ 8, 2026

สิ่งที่ตลา...

👀 ตลาดเปิดสัปดาห์ใหม่ท่าม...

Market Insights​

กุมภาพันธ์ 7, 2026

ทำไมธนาคาร...

🏦 ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงซ...

Market Insights​

กุมภาพันธ์ 6, 2026

Shutdown ล...

ตลาด CFD ทั่วโลกเข้าสู่สั...

Live account Registration

ให้คำปรึกษาการซื้อขาย 1 ชั่วโมง

This site is registered on wpml.org as a development site. Switch to a production site key to remove this banner.