ตลาดการเงินโลกวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2026 เข้าสู่โหมด “Data-Driven” อย่างเต็มรูปแบบ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนมกราคมออกมาแข็งแกร่งเกินคาดเกือบเท่าตัวที่ 130,000 ตำแหน่ง (คาดไว้เพียง 55,000–70,000) พร้อมอัตราว่างงานลดลงเหลือ 4.3% จาก 4.4% ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนภาพตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังคงมีเสถียรภาพ แม้การจ้างงานในปี 2025 จะถูกปรับลดลงรวม 862,000 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นการปรับลดรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009
ผลกระทบทันทีคือตลาดปรับลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟด โดย CME FedWatch ชี้ว่าโอกาสคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไปพุ่งขึ้นเป็น 94% จาก 80% ก่อนหน้า ขณะที่โอกาสลดดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน (การประชุมแรกภายใต้ประธานเฟดคนใหม่ Kevin Warsh) ลดลงจาก 97% เหลือราว 70% เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ภาพใหญ่ของตลาดยัง ไม่เปลี่ยนทิศ — ตลาดยังคงมองว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยราว 50 basis points ภายในปีนี้ เพียงแต่ไทม์ไลน์อาจถูกเลื่อนออกไป ปัจจัยชี้ขาดที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามากที่สุดคือ ตัวเลข CPI เดือนมกราคม ที่จะประกาศในวันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางนโยบายการเงินในช่วงที่เหลือของไตรมาสแรก
🔹 Forex (ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน)
- ดอลลาร์สหรัฐ (DXY ~96.92) แข็งค่าระยะสั้นหลัง NFP ดีเกินคาด แต่เชิงโครงสร้างยังอ่อนค่าจากมุมมองว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยมากกว่าธนาคารกลางอื่น ยอดค้าปลีกเดือนธันวาคมที่ออกมาทรงตัว (ไม่เปลี่ยนแปลง) ยังตอกย้ำภาพเศรษฐกิจชะลอในบางส่วน
- EURUSD (~1.1870) ย่อตัว 0.2% ตามแรงดอลลาร์แข็ง แต่หากเฟดส่งสัญญาณผ่อนคลายแรงกว่า ECB คู่เงินนี้มีโอกาสกลับมาได้ประโยชน์
- GBPUSD (~1.3636) แทบไม่เปลี่ยนแปลง (-0.02%) สะท้อนตลาดยังรอดูทิศทาง BOE
- USDJPY (~153.23) เยนแข็งค่า 0.75% ต่อเนื่อง 3 วันติด หลังนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ประกอบกับ BOJ มีท่าทีเหยี่ยวมากขึ้น — ดอลลาร์-เยนมีความเสี่ยงกลับทิศหากข้อมูลสหรัฐฯ อ่อนตัวต่อเนื่อง
- AUDUSD (~0.7124) พุ่งแตะจุดสูงสุดรอบ 3 ปี จากโทนเหยี่ยวของ RBA ที่ยังกังวลเงินเฟ้อสูง รองผู้ว่า Andrew Hauser ย้ำว่าจะทำทุกอย่างเพื่อดึงเงินเฟ้อลง ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังช่วยหนุน AUD
🔹 XAUUSD (ทองคำ)
- ราคาปัจจุบัน ~$5,083–5,088/oz ปรับตัวขึ้น 1.25% ในวันก่อนหน้า แตะสูงสุดระหว่างวันที่ $5,118 ก่อนย่อตัวเล็กน้อย
- ทองคำยัง ยืนเหนือ $5,000 ได้อย่างมั่นคง แม้ดอลลาร์แข็งค่า สะท้อนแรงซื้อเชิงโครงสร้างที่ยังคงแข็งแกร่ง — ธีม “debt and divest-from-the-U.S.” ยังเป็นแรงหนุนหลัก
- ทองคำเคยร่วงรุนแรง 2 วันติด (-9%) เมื่อวันที่ 30 ม.ค. – 2 ก.พ. หลังทรัมป์เสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ แต่ฟื้นกลับมาได้รวดเร็ว
- ธนาคารกลางทั่วโลกยังเป็นผู้ซื้อสำคัญ — PBoC ซื้อทองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 15 ติดต่อกัน
- ทองคำขึ้นมาแล้วกว่า 17% YTD ต่อยอดจากปี 2025 ที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $5,595/oz (29 ม.ค. 2026)
- จุดระวัง: หาก CPI วันศุกร์ออกมาสูงกว่าคาด จะกดดันทองระยะสั้นจากมุมมองว่าเฟดคงดอกเบี้ยนานขึ้น แต่ในภาพรวมปัจจัยหนุนยังครบ — ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ (US-Iran) การซื้อของธนาคารกลาง และอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในทิศทางขาลง
🔹 US Indices (ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ)
- Dow Jones (~50,163) ลงเล็กน้อย -0.05% หลังปฏิกิริยาบวกจาก NFP จางลง ถูกกดดันจากหุ้นกลุ่มการเงินและซอฟต์แวร์ โดย IBM ร่วง -6.44% และ Salesforce ลง -4.37%
- S&P 500 (~6,941) ขึ้นเพียง 0.1% ภาพรวมอยู่ในโหมด พักฐาน — 69% ของหุ้นใน S&P 500 ยังเทรดเหนือ 50-day MA แสดงถึง Market Breadth ที่ยังดี แต่ดัชนีขึ้นเพียง 1.2% ตั้งแต่ 10 ธ.ค. สะท้อนว่าขาดแรงหนุนจาก Big Tech
- Nasdaq (~23,066) ขึ้น 0.3% หลังหุ้น AI Hardware ได้แรงหนุน — Micron +9.9%, Lam Research +3.8%, Nvidia +0.8% แต่หุ้นซอฟต์แวร์ร่วงหนักจากความกังวล AI Disruption — Salesforce, ServiceNow, Intuit ลงกว่า 5%
- ยีลด์พันธบัตร 10 ปี พุ่ง +2bps สู่ 174% | 2 ปี +5bps สู่ 3.512% | 30 ปี +2bps สู่ 4.814% — สะท้อนตลาดลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยลง
- สรุป: ดัชนีอยู่ในโหมด “เศรษฐกิจไม่แย่ แต่ Valuation ตึง” — มีแรงเก็งข่าวลดดอกเบี้ยหนุนด้านล่าง แต่ข่าวลบจากกำไรบริษัท/ความเสี่ยง AI กดด้านบน
🔹 US Oil (น้ำมัน WTI)
- ราคา WTI ~$64/บาร์เรล ฟื้นตัวขึ้นกว่า 1% หลังความตึงเครียด US-Iran ปะทุขึ้นอีกครั้ง — สหรัฐฯ ออกคำเตือนเรือธงชาติอเมริกันให้หลีกเลี่ยงน่านน้ำอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
- อย่างไรก็ตาม EIA คาดราคา Brent เฉลี่ยเพียง $58/บาร์เรล ในปี 2026 จากภาพ อุปทานล้นตลาด — ผลผลิตจาก OPEC+ สหรัฐฯ แคนาดา และบราซิลยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
- สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5 ล้านบาร์เรล ในสัปดาห์ล่าสุด กดดันภาพ Demand
- อินเดีย (ผู้ซื้อน้ำมันรัสเซียรายใหญ่) ถูกกดดันจากดีลการค้ากับสหรัฐฯ ที่ผูกกับการหยุดซื้อน้ำมันรัสเซีย — หากเกิดขึ้นจริงจะเป็นปัจจัยหนุนราคา
- สรุป: น้ำมันอยู่ในโหมด แกว่งตามข่าว — ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์หนุนระยะสั้น แต่ภาพ Oversupply กดดันระยะกลาง
🔹 เหรียญดิจิทัล (Cryptocurrencies)
- BTC (~$67,000) อยู่ในช่วงปรับฐานหนัก ร่วงลงกว่า 23% ในรอบ 1 เดือน จากโซน $90,000 ลงมา หลังแรงเทขาย Liquidation กว่า $2 พันล้านในสัปดาห์เดียว
- สัปดาห์ที่ผ่านมามีเงินไหลออกจากผลิตภัณฑ์ลงทุนในเหรียญดิจิทัลกว่า $1.7 พันล้าน ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ ส่งสัญญาณ Sentiment เชิงลบ อย่างชัดเจน
- ปัจจัยกดดันหลัก: ความกังวลต่อ Kevin Warsh (ประธานเฟดคนใหม่) การเทขายหุ้นเทคโนโลยี (โดยเฉพาะ Microsoft ร่วง -10%) และการแตกตัวของตลาดโลหะมีค่าที่เคยเป็น Safe Haven
- ด้านบวก: มูลค่า Tokenized Commodities (โดยเฉพาะโทเคนอ้างอิงทองคำ) ทะลุ $6 พันล้าน สะท้อนว่านักลงทุนบางส่วนยังใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางถือครองทองคำตอบโจทย์ธีม “fiat debasement trade”
- สรุป: เหรียญดิจิทัลยังเปราะบางและผันผวนตามโหมด Risk-on/off ของตลาดทุน โซนแนวรับสำคัญอยู่ที่ $65,000 หากหลุดอาจเกิดแรงเทขายเพิ่มเติม
ตลาดการเงินโลกวันนี้ถูกขับเคลื่อนด้วย ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นหลัก — NFP ที่แข็งแกร่งเกินคาดช่วยหนุนดอลลาร์และยีลด์ระยะสั้น แต่ในภาพใหญ่ตลาดยังคง เก็งการลดดอกเบี้ยเฟดในปีนี้ เพียงแต่ไทม์ไลน์อาจเลื่อนออกไป
ทองคำ ยืนยันสถานะ Safe Haven ด้วยการยืนเหนือ $5,000 ได้แม้ดอลลาร์แข็ง สะท้อนแรงซื้อเชิงโครงสร้างที่ไม่สั่นคลอนง่าย ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ อยู่ในโหมดพักฐานจาก AI Disruption ขณะที่ น้ำมัน แกว่งตามข่าวภูมิรัฐศาสตร์ท่ามกลางภาพ Oversupply และ เหรียญดิจิทัล ยังคงเปราะบางจากแรงเทขายต่อเนื่อง
จุดชี้ขาดสำคัญ: CPI เดือนมกราคม วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ — หากเงินเฟ้อชะลอตัว จะเปิดทางให้เฟดลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น หนุนทองคำ หุ้น และกดดอลลาร์ แต่หากเงินเฟ้อสูงกว่าคาด จะกลับมากดดันสินทรัพย์เสี่ยงและหนุนดอลลาร์อีกรอบ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ทำธุรกรรมใดๆ การเทรด CFD มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน