สัปดาห์นี้ตลาดการเงินโลกเข้าสู่โหมด “รอและสังเกต” ท่ามกลางพายุสามลูกที่ซ้อนกันอยู่ ได้แก่ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ความแตกแยกภายในธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ในเรื่องทิศทางนโยบายดอกเบี้ย และการรอรายงานเศรษฐกิจสำคัญในวันศุกร์ที่จะมาถึง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ตั้ง “Deadline” 10–15 วัน เพื่อกดดันให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงด้านนิวเคลียร์ พร้อมกับการส่งกำลังทหารสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคตะวันออกกลางนับตั้งแต่ปี 2003 รวมถึงกองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln สู่ระยะโจมตี สถานการณ์นี้ทำให้ราคาน้ำมัน Brent พุ่งสูงกว่า 7% ในสองวันทำการ ขณะที่ทองคำหลุดทะลุแนวต้านจิตวิทยา $5,000 ต่อออนซ์ ด้วยแรงซื้อ Safe Haven ที่ไหลเข้าตลาด
ในขณะเดียวกัน รายงานการประชุม FOMC ที่เปิดเผยออกมาแสดงให้เห็นว่ากรรมการ Fed แบ่งออกเป็นสองกลุ่มชัดเจน กลุ่มแรกพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังคงสูง และกลุ่มที่สองสนับสนุนการลดดอกเบี้ยหากเศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัว ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ตลาดกำลังจับตาดูตัวเลข PCE (Personal Consumption Expenditures) ที่ Fed ให้ความสำคัญสูงสุด และ GDP ไตรมาส 4 ซึ่งกำหนดประกาศในวันศุกร์ โดยคาดการณ์ Core PCE อยู่ที่ +3.0% YoY และ GDP ที่ +2.5%
ส่วน Dollar Index แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง 4 วันติดต่อกันแตะ 97.90 หลังจากตัวเลข Jobless Claims รายสัปดาห์ลดลงสู่ระดับ 206,000 ราย ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 225,000 ราย อย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งลดโอกาสที่ Fed จะรีบปรับลดดอกเบี้ยในระยะสั้น โดยตลาดยังคงคาดการณ์ว่าการลดดอกเบี้ยครั้งแรกจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2026
💱 Forex — ดอลลาร์แข็ง กดดันสกุลเงินหลักทั่วโลก
- DXY (Dollar Index): แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 90 (+0.2%) แข็งค่าต่อเนื่อง 4 วันติดต่อกัน หลังข้อมูลตลาดแรงงานออกมาดีกว่าคาด
- EUR/USD: ลงสู่ 1763 (-0.16%) กดดันสองเด้งจาก Jobless Claims สหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง และข่าวลือว่า ECB President Lagarde อาจลาออกก่อนครบวาระ
- USD/JPY: แข็งค่าขึ้นสู่ 01 (+0.12%) สะท้อนความแตกต่างด้านนโยบายการเงินระหว่าง Fed และ BOJ
- GBP/USD: อ่อนค่าลงสู่ 3452 (-0.29%) กดดันจากดอลลาร์แข็งและอ่อนไหวต่อ Risk Sentiment ในตลาดโลก
- แนวโน้ม: ดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าต่อในระยะสั้น หาก PCE วันศุกร์ออกมาสูงกว่าคาด หรืออ่อนค่าแบบพลิกหาก GDP อ่อนตัว
🥇 XAUUSD (ทองคำ) — ทะลุ $5,000 ด้วยแรงหนุน Geopolitics
- ราคาปัจจุบัน: Spot Gold บริเวณ $4,979–$5,000+ ต่อออนซ์ โดยหลุดทะลุแนว $5,000 เป็นครั้งแรกในรอบนี้จาก Safe Haven Flow
- แรงหนุนหลัก: ความตึงเครียด US-Iran ที่ยกระดับขึ้น + ดอลลาร์แข็งที่จำกัด Upside แต่ไม่สามารถกดราคาลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
- แรงกดดัน: Jobless Claims ที่แข็งแกร่งลดโอกาสลดดอกเบี้ยเร็ว + การอ่านค่า Core PCE สูงอาจทำให้ทองเผชิญแรงขาย
- มุมมอง Bank: JP Morgan คาด $5,000–$5,055 ภายในสิ้นปี 2026 | Goldman Sachs คาด $4,900 | World Gold Council ประเมินช่วง $4,914–$5,719 สำหรับสิ้นเดือน
- Risk Scenario: หาก US โจมตีอิหร่าน ทองอาจพุ่งสู่ $5,200–$5,400 ในระยะสั้น | หากการเจรจาสำเร็จ อาจย่อลงสู่ $4,800–$4,900
🛢️ US Oil (WTI) — พุ่งสู่ High 6 เดือน ช่องแคบ Hormuz คือตัวแปรชี้ขาด
- ราคาปัจจุบัน: WTI Crude แตะ $66.38 ต่อบาร์เรล (สูงสุดในรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่สิงหาคม 2025) | Brent พุ่งทะลุ $71 ขึ้นไปบริเวณ $71.51
- แรงหนุนหลัก: ความเสี่ยงสงคราม US-Iran + การส่งกองเรือ USS Abraham Lincoln สู่ระยะโจมตี + Iran ซ้อมรบในช่องแคบ Hormuz
- ความเสี่ยงสูงสุด: การปิด Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันโลก 27% อาจผลักราคาน้ำมันทะลุ $100 ต่อบาร์เรล ตาม Lombard Odier
- แรงกดดัน: สต็อกน้ำมันสหรัฐฯ พุ่งขึ้นแบบ Record ในสัปดาห์ที่ผ่านมา + IEA เตือน Supply ยังเกิน Demand ในปีนี้
- สถานการณ์พื้นฐาน: นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าผลลัพธ์สุดท้ายคือการเจรจาสำเร็จ ซึ่งจะดึงราคากลับสู่แนวรับ $60–$63
📊 US Indices — ตลาดหุ้นทรงตัว รอ Catalyst สำคัญ
- S&P 500: ลดลง 3% ในสัปดาห์ | แต่ Week-to-date ยังบวก +0.4% | ทรงตัวแทบไม่ไปไหนในปีนี้
- Nasdaq Composite: ลดลง 3% | Week-to-date บวก +0.6% กำลังจะหยุดสายลบ 5 สัปดาห์ติดต่อกัน
- Dow Jones Industrial Average: ลดลง 267 จุด (-0.5%) กดดันจากความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้าและ Fed
- Catalyst สำคัญที่ตลาดจับตา:
- PCE + GDP Q4 วันศุกร์ (ข้อมูลที่จะกำหนดทิศทาง Fed)
- คำตัดสิน ศาลสูงสหรัฐฯ เรื่องความถูกต้องตามกฎหมายของภาษีนำเข้า Trump
- Nvidia Earnings สัปดาห์หน้า (ตัวเลขที่ AI/Tech Sector รอคอย)
- มุมมอง: Sector Rotation ยังคงดำเนินต่อไปจาก Tech → Broad Market ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะกลาง
₿ Cryptocurrencies — ยังคงกดดัน Risk-Off ฉุดเหรียญดิจิทัลทั่วตลาด
- เหรียญดิจิทัล (BTC): ราคาเคลื่อนไหวบริเวณ $66,365–$66,970 ลดลงกว่า 47% จาก All-Time High ที่ $126,198 ในเดือนตุลาคม 2025
- แรงกดดันหลัก: ดอลลาร์แข็ง + Fed Minutes ส่งสัญญาณ Hawkish + เงินทุนสถาบัน (ETF) ไหลออกต่อเนื่องกว่า $8.5 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา
- ทิศทางระยะสั้น: Crypto Fear & Greed Index อยู่ในโซน “Extreme Fear” ที่ 13/100 | แนวรับสำคัญ $65,000–$66,000 | แนวต้าน $68,200–$68,500
- มุมมองระยะกลาง-ยาว: หากตลาดหันมา Risk-On อีกครั้งหลัง PCE ออกดี หรือ Fed ส่งสัญญาณ Dovish อาจทำให้เหรียญดิจิทัลดีดตัวกลับสู่ $75,000–$80,000
ตลาดยืนอยู่บนทางแยกที่สำคัญ โดยมีสองแรงขับเคลื่อนที่ดึงไปคนละทิศ แรงแรกคือ Geopolitical Risk จากตะวันออกกลางที่ส่งเสริม Safe Haven อย่างทองคำและน้ำมัน ขณะที่แรงที่สองคือ ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ดึง Dollar ให้แข็งค่า และลดความน่าสนใจของ Risk Assets
ตัวแปรชี้ขาดคือรายงาน PCE และ GDP วันศุกร์:
- หาก PCE สูงกว่าคาด (+3.0% Core) → Fed จะยิ่งแข็งกร้าว → ดอลลาร์แข็ง กดดัน Crypto และหุ้น แต่ทองอาจยังได้รับแรงหนุนจาก Geopolitics
- หาก PCE ต่ำกว่าคาด → เปิดทางให้ Fed ลดดอกเบี้ยเร็วขึ้น → ดอลลาร์อ่อน ทองคำพุ่ง หุ้นและ Crypto ฟื้นตัว
Intermarket Correlations ที่ควรติดตาม: ความตึงเครียด US-Iran → น้ำมันขึ้น → เงินเฟ้อสูงขึ้น → Fed ลดดอกเบี้ยยากขึ้น → ดอลลาร์แข็ง → กดดัน Crypto และ Growth Stocks แต่หนุนทองในฐานะ Safe Haven
ในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนเช่นนี้ การติดตามข้อมูลแบบ Real-Time และการบริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัดถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ทุกระดับ
⚠️ ข้อสังเกต: บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรด CFD มีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรทำความเข้าใจความเสี่ยงอย่างถ่องแท้ก่อนตัดสินใจ