สรุปภาวะตลาด CFD ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ปิดฉากด้วยบรรยากาศ Risk-Off ที่หนาแน่น หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ออกมาร้อนกว่าที่ตลาดคาด ทั้ง PPI เดือนมกราคมที่เพิ่มขึ้น 0.5% MoM (เกินคาดที่ 0.3%) และ PCE ที่เร่งตัวสู่ 5.4% YoY กดดันให้ตลาด Futures ปรับลดคาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ Fed เหลือเพียง 2 ครั้งตลอดปี 2026 จากเดิม 3 ครั้ง ก่อนที่เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ระดับวิกฤตจะเขย่าตลาดโลกในช่วงสุดสัปดาห์ เมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันที่ 1 มีนาคม ส่งผลให้ผู้นำสูงสุด Ayatollah Ali Khamenei เสียชีวิต อิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลก ภาวะดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพลังงาน โลหะมีค่า และ Sentiment ของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกอย่างทันที
ปัจจัยทางเทคนิคแยกรายสินทรัพย์
🥇 ทองคำ (XAU/USD)
- ราคาปิดวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. บริเวณ 5,185 ดอลลาร์/ออนซ์ ก่อนเปิดตลาด 2 มี.ค. Gap Up ขึ้นสู่บริเวณ 5,277–5,280 ดอลลาร์
- แนวต้านถัดไปที่ 5,307–5,320 ดอลลาร์ (Fibonacci Extension) และบริเวณ All-Time High ที่ 5,595 ดอลลาร์
- แนวรับสำคัญอยู่ที่ 5,046 ดอลลาร์ (SMA 20 วัน) และ 4,842 ดอลลาร์ (Structural Support)
- RSI อยู่ในโซน Neutral-Bullish ที่ระดับ 56 และ MACD แสดงสัญญาณ Sideways ในเชิงบวก
- แนวโน้มหลักยังคงเป็น Bullish ตราบที่ราคาอยู่เหนือ 5,046 ดอลลาร์
🛢️ น้ำมันดิบ (WTI Crude)
- WTI ปิดวันศุกร์ที่ 67.02 ดอลลาร์/บาร์เรล ก่อน Gap Up แรงเปิดสัปดาห์ที่บริเวณ 72.10 ดอลลาร์ (+7.6%)
- Brent Crude เปิดที่ 78.78 ดอลลาร์ (+8.7%) ตามแรงกดดันด้านอุปทานจากความเสี่ยงช่องแคบ Hormuz
- ADX พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 บ่งชี้ว่า Uptrend กำลังแข็งแกร่ง
- แนวต้านระยะสั้นที่ 80 ดอลลาร์ และสถานการณ์รุนแรงที่ 90–100 ดอลลาร์
- แนวรับหากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายที่บริเวณ 66–67 ดอลลาร์
💵 ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY)
- ปิดสัปดาห์ที่ 97.57–97.61 อ่อนค่าลง -2.54% ในรอบเดือนกุมภาพันธ์
- อยู่ต่ำกว่า SMA สำคัญหลายเส้น สะท้อนแนวโน้ม Bearish ในระยะกลาง
- กระแส Risk-Off ทำให้เงินไหลเข้า Treasury Bond และทองคำมากกว่าดอลลาร์
- CHF แข็งค่าสูงสุดในสัปดาห์ (Safe-Haven Flow) ขณะที่ AUD โดดเด่นจากนโยบาย RBA Hawkish
📊 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ (US Indices)
- Dow Jones ปิดเดือน ก.พ. ที่ 48,977 จุด (-521 pts ในวันศุกร์, +0.17% รายเดือน)
- S&P 500 ปิดที่ 6,878 จุด (-0.43% รายวัน, -0.4% รายเดือน)
- Nasdaq Composite ปิดที่ 22,668 จุด (-0.92% รายวัน, -3%+ รายเดือน ซึ่งเป็นเดือนที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่มีนาคม 2025)
- Nvidia ร่วงลง 5.5% แม้ผลประกอบการ Q4 ดีเกินคาด จากความกังวล AI Capex ที่สูงเกินไป
- Rotation เชิงรับชัดเจน โดย Utilities บวกกว่า 10% และ Consumer Staples บวกราว 8% ในรอบเดือน
🔵 เหรียญดิจิทัล (BTC/USD)
- BTC ปิดวันศุกร์ในช่วง 63,878–66,542 ดอลลาร์ ลดลงกว่า 29.4% จากระดับสูงสุดรอบปี
- อยู่ในแดน Range-Bound กว้าง 54,000–72,000 ดอลลาร์ ตามการประเมินของนักวิเคราะห์
- แนวรับสำคัญที่ 61,229 ดอลลาร์ และ 60,000 ดอลลาร์ (Psychological Level)
- หาก Breakout เหนือ 71,762 ดอลลาร์ได้ มีศักยภาพวิ่งสู่ 81,203 ดอลลาร์
ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ (2–6 มีนาคม 2026)
สัปดาห์นี้ถือเป็นหนึ่งในสัปดาห์ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดของปี 2026 โดยมีทั้งปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่จะกำหนดทิศทางตลาดพร้อมกันในเวลาเดียวกัน นักวิเคราะห์ต่างจับตาความเคลื่อนไหวของสงครามอิหร่านซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกชั่วโมง ขณะเดียวกันข้อมูลเศรษฐกิจชุดสำคัญตั้งแต่ ISM Manufacturing ไปจนถึง NFP ในวันศุกร์จะเป็นตัวชี้วัดว่า Fed จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยหรือหยุดรอต่อไป ความซับซ้อนของสัปดาห์นี้อยู่ที่การที่ปัจจัยทั้งสองกลุ่มนี้อาจส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกัน ทำให้ความผันผวนในทุกสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับสูง
ปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด:
- 🔴 สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน — สถานะช่องแคบ Hormuz เป็น Real-Time Driver ของราคาน้ำมันและทองคำทั้งสัปดาห์
- 🔴 ISM Manufacturing PMI (จ. 2 มี.ค.) — คาดการณ์ที่ 51.7 จากเดิม 52.6 ทดสอบความยั่งยืนของการฟื้นตัวภาคการผลิต
- 🟡 ISM Services PMI + ADP + Fed Beige Book (พ. 4 มี.ค.) — ข้อมูลสามชุดพร้อมกันที่จะกำหนดทิศทาง DXY
- 🔴 Non-Farm Payrolls + Retail Sales (ศ. 6 มี.ค.) — Risk Cluster สูงสุดของสัปดาห์ที่อาจเปลี่ยน Fed Rate Path ทั้งหมด
- 🟡 นโยบายภาษีนำเข้า (Tariffs) — ภาษี 10% มีผลแล้ว และ Trump อาจขึ้นเป็น 15% ภายใน 150 วัน เพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ
- 🟡 ท่าทีของ OPEC+ — การประชุมฉุกเฉินเพื่อพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตชดเชยน้ำมันอิหร่าน
ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ
ท่ามกลางความโกลาหลด้านภูมิรัฐศาสตร์ มีปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายประการที่นักวิเคราะห์ให้ความสนใจในฐานะตัวแปรระยะกลางถึงยาว เริ่มจากสัญญาณ Defensive Rotation ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่กลุ่ม Utilities ปรับขึ้นกว่า 10% ในเดือนกุมภาพันธ์ (ดีที่สุดตั้งแต่ปี 2003) และ Consumer Staples บวกราว 8% ซึ่งสะท้อนว่านักลงทุนสถาบันกำลังปรับพอร์ตออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่การ Panic Sell ทั่วไป
ในด้านนโยบายการเงิน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ลดลงสู่ 3.97% ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 สะท้อนกระแส Flight-to-Quality ขณะที่ตลาดยังคงตั้งราคาโอกาสการลดดอกเบี้ยในการประชุม Fed เดือนมีนาคมนี้ที่เพียง 2% เท่านั้น ทำให้ทองคำได้รับแรงหนุนจากทั้งด้านต้นทุนค่าเสียโอกาสที่ลดลงและอุปสงค์สินทรัพย์ปลอดภัยพร้อมกัน J.P. Morgan ปรับเป้าหมายทองคำสิ้นปี 2026 ขึ้นสู่ 6,300 ดอลลาร์/ออนซ์ อ้างอิงการสะสมของธนาคารกลางทั่วโลก กระแส De-Dollarization และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัจจัยหลัก
สำหรับตลาดพลังงาน OPEC+ ตอบสนองต่อวิกฤตด้วยการเพิ่มโควต้าการผลิต 220,000 บาร์เรล/วัน สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 137,000 บาร์เรล/วัน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก UBS และ Barclays มองว่ามาตรการนี้ “ไม่เพียงพอ” ในการชดเชยอุปทานที่หายไปหากช่องแคบ Hormuz ถูกปิดเป็นเวลานาน โดย Brent อาจพุ่งทะลุ 100–120 ดอลลาร์/บาร์เรลในสถานการณ์เลวร้าย ขณะที่ EIA ยังคงคาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันโลกจะเพิ่มขึ้น 3.1 ล้านบาร์เรล/วันในปี 2026 ซึ่งจะกลับมากดดันราคาหากความตึงเครียดคลี่คลาย
ประเด็นสำคัญที่ติดตามเพิ่มเติม:
- 📌 Tariff Inflation Loop — ภาษีนำเข้า 10% ที่มีผลแล้ว บวกกับ PCE +5.4% YoY สร้างแรงกดดันเงินเฟ้อซ้อนชั้น ซึ่งหาก Trump ขึ้นเป็น 15% จะยิ่งซับซ้อนต่อการตัดสินใจนโยบายของ Fed
- 📌 AI Capex Disruption — การที่ Alphabet วางงบลงทุน AI ปี 2026 สูงถึง 185,000 ล้านดอลลาร์ กดดันหุ้นกลุ่ม Tech ในระยะสั้น แต่อาจเป็นตัวขับเคลื่อนผลิตภาพในระยะยาว
- 📌 ECB-Fed Divergence — ECB หยุดพักที่ 2.00% ขณะที่ Fed ยังค้างดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% สร้างเงื่อนไขให้ EUR/USD มีแนวโน้มแข็งค่าในระยะกลาง
- 📌 เหรียญดิจิทัลกับ Macro Cycle — นักวิเคราะห์ระบุว่า Bear Market ของ BTC อาจยืดยาวถึงปลายปี 2026 หากวัดในหน่วย USD แต่สัญญาณ Bottom เริ่มปรากฏหากวัดในหน่วยทองคำ ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบ Bear Market ในอดีตที่กินเวลา 12–13 เดือน