ภาพรวม
ตลาดการเงินโลกปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในวันที่ 24 มีนาคม 2569 หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศระงับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านเป็นเวลา 5 วัน โดยอ้างว่ามีการเจรจาที่สร้างสรรค์เกิดขึ้น การประกาศดังกล่าวได้จุดประกายการฟื้นตัวของ Risk Appetite ในตลาดโลก โดยนักลงทุนเริ่มโยกย้ายเงินทุนออกจาก Safe Haven Assets กลับมาสู่สินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะหุ้นและสินทรัพย์วัฏจักร
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้คงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50%–3.75% ในการประชุม FOMC เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ด้วยมติ 11 ต่อ 1 พร้อมส่งสัญญาณว่าอาจลดดอกเบี้ยได้เพียง 1 ครั้งในปี 2569 เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้ค่าเงิน USD มีแรงกดดันเล็กน้อย ขณะที่ตลาดรอติดตามข้อมูล Flash PMI ของสหรัฐฯ ในวันนี้
บรรยากาศตลาดโดยรวมเป็น Risk-On อย่างชัดเจน ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงกว่า 7.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหลังข่าวหยุดยิง ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีลดลงสู่ 4.37% สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของ Sentiment อย่างรวดเร็ว
ผลกระทบต่อตลาด
Forex (EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY)
- USD/JPY ซื้อขายอยู่แถว 158 ได้รับแรงหนุนจาก Fed Hawkish stance และ Carry Trade ที่ยังคงมีแรงดึงดูด
- GBP/USD ปรับตัวแกว่งบริเวณ 1.34 ภายใต้แรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร
- EUR/USD ยังคงมีแนวโน้มบวกในระยะกลาง โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะแตะ 1.22 ภายในสิ้นปี 2569
- DXY (US Dollar Index) อยู่ภายใต้แรงกดดัน เนื่องจากภาวะ Risk-On ลดความต้องการ Safe Haven ของดอลลาร์สหรัฐฯ
XAUUSD (ทองคำ)
- ทองคำซื้อขายอยู่ที่ระดับประมาณ 4,360–4,417 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังปรับตัวลดลงจากความสูงเนื่องจากการผ่อนคลายความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
- ตัวชี้วัดทางเทคนิคโน้มเอียงไปทางหมี โดยมีแนวรับที่ 4,254 ดอลลาร์ และแนวต้านที่ 4,576 ดอลลาร์
- ความต้องการ Safe Haven ลดลงชั่วคราว แต่ยังคงมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบาย Fed ที่ยังไม่เร่งลดดอกเบี้ย
US Indices (S&P 500, NASDAQ 100, Dow Jones)
- S&P 500 ปิดที่ 6,622 จุด เพิ่มขึ้น +1.77% ในวันที่ 23 มีนาคม
- Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้นกว่า 1,025 จุด หรือ +2.3%
- NASDAQ Composite ปรับขึ้น +2.17% นำโดยหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Tesla (+3%), Nvidia, Amazon, Apple (+2%+)
- แรงขับเคลื่อนหลักคือการลดลงของราคาน้ำมันซึ่งบรรเทาความกังวลด้าน Stagflation
US Oil (WTI Crude)
- ราคาน้ำมัน WTI ปรับตัวลดลงราว 7.50 ดอลลาร์หลังข่าวทรัมป์ระงับการโจมตีอิหร่าน มาอยู่แถว 90.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- แม้ราคาลดลง แต่ยังคงสูงกว่าระดับก่อนวิกฤตเนื่องจากผลกระทบต่อช่องแคบ Hormuz ยังไม่คลี่คลายสมบูรณ์
- EIA รายงาน Implied Volatility น้ำมัน WTI ลดลงจากจุดสูงสุด 68% มาอยู่ที่ 51% สะท้อนถึงความเสี่ยงที่ลดลงในระยะสั้น
เหรียญดิจิทัล (BTC, ETH)
- เหรียญดิจิทัลชั้นนำปรับตัวลดลงราว 5% หลัง FOMC ซึ่งส่งสัญญาณ Hawkish กว่าที่ตลาดคาด โดยทดสอบแนวรับบริเวณ 70,000–71,100 ดอลลาร์ พร้อมเกิด ETF Outflow มูลค่า 708 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว
- Ethereum มีความแข็งแกร่งกว่า ได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัว iShares Staked Ethereum Trust ETF (ETHB) ของ BlackRock เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ซึ่งดึง Inflow เข้ามากว่า 160.8 ล้านดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ทำให้ ETH ฟื้นตัวกลับมาเหนือ 2,300 ดอลลาร์
บทสรุป
ภาพรวมตลาดวันที่ 24 มีนาคม 2569 อยู่ในโหมด Risk-On อย่างชัดเจน โดยปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่อนคลายลงชั่วคราวเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตาม เทรดเดอร์ควรระมัดระวังความเสี่ยงจากการพลิกกลับของ Sentiment หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง นอกจากนี้ ข้อมูล Flash PMI ของสหรัฐฯ ที่จะออกในสัปดาห์นี้อาจส่งผลต่อมุมมองนโยบายการเงินของ Fed และทิศทางค่าเงิน USD ได้ กลยุทธ์ที่เหมาะสม ได้แก่ การถือครองหุ้นสหรัฐฯ อย่างระมัดระวัง การเฝ้าติดตามแนวรับของทองคำ และการบริหารความเสี่ยงในตลาดเหรียญดิจิทัลอย่างใกล้ชิดเนื่องจากความผันผวนสูง
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาและข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำการลงทุน หรือการชี้ชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด ๆ ทั้งสิ้น การลงทุนในตลาด CFD มีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง