สรุปบทความ
ในช่วงสัปดาห์วันที่ 20–26 เมษายน 2569 ตลาดการเงินโลกเคลื่อนไหวในทิศทางที่เป็น Risk-On อย่างชัดเจน หลังจากที่สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงขยายการหยุดยิงออกไปอีก 60 วัน ส่งผลให้แรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ดัชนี S&P 500 ทะยานสู่จุดสูงสุดตลอดกาลที่ระดับ 7,165 จุด ขณะที่ทองคำปรับตัวลงกว่า 2.5% หรือราว $121 ต่อออนซ์ สู่ระดับ $4,710 เนื่องจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยลดลงตามการผ่อนคลายความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
โครงสร้างบทความ
- ภาพรวมตลาดประจำสัปดาห์ 20–26 เมษายน 2569
- ผลกระทบต่อตลาด — ทองคำ (XAUUSD) | ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ | Forex | น้ำมัน | เหรียญดิจิทัล
- ตาราง Market Sentiment รายสินทรัพย์
- เหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามสัปดาห์หน้า
- บทสรุปและข้อควรระวัง
- Disclaimer
ภาพรวมตลาดประจำสัปดาห์
สัปดาห์นี้ตลาดการเงินโลกเคลื่อนไหวในโหมด Risk-On อย่างชัดเจน ขับเคลื่อนโดยสองปัจจัยหลักคือ การขยายการหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านเป็นเวลา 60 วัน และผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยมีบริษัทถึง 84% ที่รายงาน EPS สูงกว่าประมาณการเฉลี่ย 12.3%
ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซที่คลี่คลายลง ส่งผลให้การจราจรของเรือบรรทุกน้ำมันฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดที่ลดลงกว่า 90% กลับมาสู่ภาวะปกติ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยดัชนี DXY ร่วงสู่ระดับ 98.52 จุด สะท้อนถึงการปรับมุมมองของนักลงทุนที่ลดความกังวลด้านความเสี่ยงและหันมาลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงมากขึ้น
ดัชนี VIX ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความผันผวนของตลาด ปรับตัวลดลงสู่บริเวณ 18.71 จุด สะท้อนถึงบรรยากาศการลงทุนที่สงบขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในสัปดาห์ถัดไป ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของตลาดการเงินในระยะต่อไป
ผลกระทบต่อตลาด
🔸 ทองคำ (XAUUSD)
ทองคำปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในสัปดาห์นี้ โดยราคาร่วงจาก $4,831 ต่อออนซ์ มาสู่ระดับ $4,710 ต่อออนซ์ หรือลดลงกว่า $121 คิดเป็นการปรับตัวลง 2.5% ในรอบสัปดาห์ สาเหตุหลักมาจากการลดลงของความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe-Haven) หลังจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลายลง
- แนวรับสำคัญ: $4,680–$4,700 | แนวต้าน: $4,800–$4,850
- ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าช่วยประคองราคาทองไม่ให้ร่วงหนักกว่านี้
- นักลงทุนสถาบันยังคงถือครองทองคำในฐานะ Hedge ระยะยาวต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อ
📈 ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดสัปดาห์ในแดนบวก นำโดยดัชนี Nasdaq ที่ดีดตัวขึ้น 1.5% สู่ระดับ 24,836.60 จุด ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.6% แตะ 7,165.08 จุด ซึ่งเป็นระดับ All-Time High ใหม่ ส่วน Dow Jones ปรับตัวลงเล็กน้อย 0.4% สู่ระดับ 49,231 จุด เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานและอุตสาหกรรมชะลอตัว
- Tesla รายงาน EPS ที่ $0.41 เทียบกับที่ตลาดคาด $0.37 — สูงกว่าคาด 10.8%
- อัตราการ Beat EPS ของ S&P 500 ในไตรมาส 1 อยู่ที่ 84% สูงกว่าค่าเฉลี่ยประวัติศาสตร์ที่ 73%
- ภาคเทคโนโลยีเป็นผู้นำการฟื้นตัว ตามด้วยภาคการเงินและบริการผู้บริโภค
🔹 Forex (ค่าเงิน)
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักทั่วโลก สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของ Risk Sentiment ที่เอนเอียงมาในทิศทาง Risk-On ดัชนี DXY ลดลงสู่ 98.52 จุด ขณะที่ EUR/USD แตะระดับ 1.1700 และ GBP/USD พุ่งขึ้นกว่า 2.02% สู่ระดับ 1.3484
- EUR/USD: 1.1700 — ได้รับแรงหนุนจากตัวเลขเศรษฐกิจยูโรโซนที่แข็งแกร่ง
- GBP/USD: 1.3484 (+2.02%) — สูงสุดในรอบหลายเดือน
- USD/JPY: 160.00 — เคลื่อนไหวในกรอบจำกัด รอสัญญาณจาก BOJ
- DXY: 98.52 — อ่อนค่าสุดในรอบ 3 สัปดาห์
🛢️ น้ำมันดิบ (WTI/Brent)
ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงจากระดับสูง หลังจากช่องแคบฮอร์มุซเปิดการสัญจรได้อีกครั้ง โดย WTI ร่วงลงใต้ระดับ $94 ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent อยู่บริเวณ $103 ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ดี กลุ่ม OPEC+ ที่ยืนยันการลดการผลิต 9.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน (คงโควต้าการผลิตรวมที่ 42.4 ล้านบาร์เรล/วัน) พร้อมเพิ่มโควต้า 206,000 บาร์เรล/วันในเดือนพฤษภาคม เป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงราคาน้ำมันไม่ให้ร่วงหนักเกินไป
- EIA รายงานสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นปานกลาง ลดความกังวลด้านอุปทานตึงตัว
- ฤดูการขับรถในสหรัฐฯ (Driving Season) ที่ใกล้เข้ามาเป็น Wildcard สำหรับอุปสงค์
💎 เหรียญดิจิทัล
ตลาดเหรียญดิจิทัลฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง นำโดย BTC ที่ดีดตัวขึ้น 3.7% สู่ระดับ $78,106 ขณะที่ ETH เคลื่อนไหวในช่วง $2,331–$2,393 กองทุน Spot ETF ของ BTC บันทึกเงินไหลเข้าสุทธิกว่า $996 ล้านในสัปดาห์นี้ โดย BlackRock IBIT นำโด่งที่ $284 ล้าน ส่งผลให้ AUM รวมของ BTC ETF แตะระดับ $96.5 พันล้านดอลลาร์
- BTC: $78,106 (+3.7% WoW) — Momentum ยังแข็งแกร่ง
- ETH: $2,331–$2,393 — เคลื่อนไหวในกรอบ ยังรอ Catalyst ใหม่
- Spot BTC ETF Inflows: ~$996M | BlackRock IBIT: $284M | AUM รวม: $96.5B
- ปัจจัย Risk-On จากตลาดหุ้นสนับสนุนการฟื้นตัวของ Crypto
Market Sentiment รายสินทรัพย์
| สินทรัพย์ | Sentiment | ราคา/ระดับ | เปลี่ยนแปลง | ปัจจัยหลัก |
| ทองคำ (XAUUSD) | 🔴 Bearish | $4,710/oz | -2.5% / -$121 | ลด Safe-Haven, Risk-On |
| S&P 500 | 🟢 Bullish | 7,165.08 | +0.6% | ATH, Earnings Beat 84% |
| Nasdaq 100 | 🟢 Bullish | 24,836.60 | +1.5% | Tech Rally, EPS Beat |
| Dow Jones | 🟡 Neutral | 49,231 | -0.4% | Energy & Industrials ลง |
| EUR/USD | 🟢 Bullish | 1.1700 | DXY อ่อนค่า | Dollar Weakness |
| GBP/USD | 🟢 Bullish | 1.3484 | +2.02% | UK Data แข็งแกร่ง |
| USD/JPY | 🟡 Neutral | 160.00 | Sideways | รอสัญญาณ BOJ |
| WTI Oil | 🟡 Neutral | <$94/bbl | ลด Premium | ฮอร์มุซเปิดแล้ว |
| Brent Oil | 🟡 Neutral | ~$103/bbl | OPEC+ พยุงราคา | Cut -9.4mb/d |
| เหรียญดิจิทัล (BTC) | 🟢 Bullish | $78,106 | +3.7% | ETF Inflows $996M |
เหตุการณ์สำคัญที่ต้องติดตามสัปดาห์หน้า
- 30 เมษายน — การประชุม Fed (FOMC) และ ECB: ตลาดจับตาน้ำเสียงเกี่ยวกับดอกเบี้ย
- 1 พฤษภาคม — ISM Manufacturing PMI สหรัฐฯ: บ่งชี้สุขภาพภาคการผลิต
- 7 พฤษภาคม — การประชุม BOJ: นโยบายการเงินญี่ปุ่นที่อาจกระทบ USD/JPY
- 12 พฤษภาคม — US CPI เดือนเมษายน: ตัวเลขเงินเฟ้อที่จะกำหนดทิศทางของ Fed
- ผลประกอบการ Q1/2569 รายใหญ่ที่เหลือ: Big Tech อาจสร้าง Catalyst ใหม่
บทสรุปและข้อควรระวัง
สัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงพลังขับเคลื่อนของ Sentiment ที่ชัดเจน เมื่อปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลาย ตลาดหุ้นและสินทรัพย์เสี่ยงพุ่งขึ้น ขณะที่ทองคำถูกแรงขายกดดัน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรระมัดระวังสัญญาณจากธนาคารกลางในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะ Fed ที่อาจส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่ยังอยู่ที่ 3.3% YoY
สำหรับเทรดเดอร์ระยะสั้น ควรติดตามแนวรับ-แนวต้านสำคัญของทองคำที่ $4,680–$4,850 และจับตา USD/JPY ที่ระดับ 160.00 ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากการแทรกแซงของ BOJ หากค่าเงินเยนอ่อนค่าเกินไป
Disclaimer
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาและข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำการลงทุน หรือการชี้ชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด ๆ ทั้งสิ้น การลงทุนในตลาด CFD มีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง