สัปดาห์ที่ผ่านมา (26 ม.ค. – 1 ก.พ. 2026) ตลาดการเงินโลกเผชิญกับความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50%-3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยประธาน Jerome Powell ส่งสัญญาณว่านโยบายการเงินจะยังคงระมัดระวังและไม่ได้ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ (DXY) ฟื้นตัวแข็งค่า สร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ขณะที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ และนโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดี Trump ที่มุ่งเป้าไปยังหลายประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก
สรุปภาพรวมเชิงเทคนิครายสินทรัพย์:
- ทองคำ (XAUUSD): ราคาปรับตัวลงแรงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ $5,608 มาซื้อขายในกรอบ $4,595-4,887 คิดเป็นการปรับฐานกว่า 9% จากแรงขายทำกำไร (Profit-taking) แนวรับสำคัญอยู่ที่ $4,750-4,850 ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ $5,000-5,200 ทั้งนี้ ทองคำยังคงมีแนวโน้มขาขึ้นในระยะยาวจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์
- น้ำมันดิบ WTI: ราคาปรับตัวขึ้นสู่กรอบ $59-65 ต่อบาร์เรล ได้แรงหนุนจาก Premium ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์หลังประธานาธิบดี Trump เตือนอิหร่านให้เจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์หรือเผชิญการโจมตีทางทหาร ความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก เป็นปัจจัยหนุนราคา
- ดัชนี S&P 500: ปิดตลาดที่ระดับ 6,939 จุด ปรับตัวลง 0.43% ในวันศุกร์ หลังจาก Trump ประกาศเสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธาน Fed คนใหม่ ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่านโยบายการเงินจะยังคงเข้มงวด แม้ดัชนียังอยู่ใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6,986 จุด แนวรับสำคัญอยู่ที่ 6,850-6,900 จุด
- EUR/USD: ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงมาที่ระดับ 1.1599-1.1854 หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ใกล้ 1.20 ในช่วงกลางสัปดาห์ การฟื้นตัวของดอลลาร์สหรัฐฯ หลังการประกาศของ Fed และถ้อยแถลงของรัฐมนตรีคลัง Scott Bessent ที่ลดความคาดหวังการแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน เป็นปัจจัยกดดัน แนวรับอยู่ที่ 1.1600-1.1630 แนวต้านอยู่ที่ 1.1900-1.2000
- เหรียญดิจิทัล: ตลาดเผชิญแรงเทขายหนัก โดยราคาร่วงลงต่ำกว่า $80,000 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 มาซื้อขายในกรอบ $77,000-82,500 จากการชำระสถานะ Futures Liquidation มูลค่ากว่า $2.2 พันล้านดอลลาร์ ประกอบกับการแข็งค่าของดอลลาร์หลังการประกาศแต่งตั้ง Kevin Warsh เป็นประธาน Fed แนวรับสำคัญอยู่ที่ $75,000-78,000 ขณะที่ต้องกลับมายืนเหนือ $82,500 เพื่อยืนยันการฟื้นตัว
สัปดาห์นี้ (2-8 ก.พ. 2026) ถือเป็นสัปดาห์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับตลาดการเงินโลก เนื่องจากมีการประชุมธนาคารกลางถึง 3 แห่ง ได้แก่ Reserve Bank of Australia (RBA), European Central Bank (ECB) และ Bank of England (BoE) รวมถึงการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (NFP) ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาดในระยะถัดไป
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม:
- การประชุม RBA (2-3 ก.พ.): ตลาดคาดว่า RBA อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจาก 3.60% เป็น 3.85% หลังข้อมูลเงินเฟ้อออสเตรเลียออกมาสูงกว่าคาดที่ 3.8% YoY ผลการประชุมจะส่งผลโดยตรงต่อค่าเงิน AUD
- การประชุม ECB (4-5 ก.พ.): คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.15% แต่ตลาดจะจับตาถ้อยแถลงของประธาน Christine Lagarde เกี่ยวกับแนวโน้มเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
- การประชุม BoE (5 ก.พ.): คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% โดยนักลงทุนจะติดตามมุมมองของธนาคารต่อแนวโน้มเศรษฐกิจอังกฤษท่ามกลางความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ
- ตัวเลข NFP สหรัฐฯ (6 ก.พ.): เป็น Event สำคัญที่สุดของสัปดาห์ ตลาดคาดการณ์การจ้างงานใหม่ที่ 67,000 ตำแหน่ง และอัตราว่างงานคงที่ที่ 4.4% ตัวเลขที่แข็งแกร่งกว่าคาดจะสนับสนุนให้ Fed คงดอกเบี้ยไว้นานขึ้น
- ความตึงเครียด US-อิหร่าน: สถานการณ์ยังคงลุกลาม หลังประธานาธิบดี Trump สั่งให้กองเรือสหรัฐฯ เตรียมพร้อมปฏิบัติการหากอิหร่านไม่ยอมเจรจา ขณะที่อิหร่านเตือนจะตอบโต้อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน
- เทศกาลตรุษจีน (7-8 ก.พ.): ตลาดจีนและหลายประเทศในเอเชียจะปิดทำการ ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายอาจลดลง
ในส่วนของปัจจัยทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแสดงความแข็งแกร่ง โดย GDP ไตรมาส 3/2025 ขยายตัว 4.4% สูงกว่าคาดการณ์ ขณะที่เงินเฟ้ออยู่ที่ 2.7% YoY และ Core CPI ที่ 2.6% ใกล้เคียงเป้าหมาย 2% ของ Fed อัตราว่างงานลดลงเหลือ 4.4% สะท้อนตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น 0.7% MoM สูงสุดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2022 อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ Fed ยังคงระมัดระวัง
ปฏิทินเศรษฐกิจสำคัญ:
- วันจันทร์ 2 ก.พ.: ISM Manufacturing PMI (USD) คาดการณ์ 48.5 จากเดิม 47.9
- วันอังคาร 3 ก.พ.: RBA Rate Decision (AUD) คาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยเป็น 3.85%, JOLTS Job Openings (USD) คาดการณ์ 7.21M
- วันพุธ 4 ก.พ.: ADP Non-Farm Employment (USD) คาดการณ์ 48K, ISM Services PMI (USD) คาดการณ์ 53.6, Eurozone CPI Flash คาดการณ์ 2.2%
- วันพฤหัสบดี 5 ก.พ.: BoE Rate Decision (GBP) คาดการณ์คงที่ 3.75%, ECB Rate Decision (EUR) คาดการณ์คงที่ 2.15%, US Unemployment Claims คาดการณ์ 213K
- วันศุกร์ 6 ก.พ.: US Non-Farm Payrolls คาดการณ์ 67K, US Unemployment Rate คาดการณ์ 4.4%, Canada Employment Change คาดการณ์ 7.2K
สำหรับข้อมูลจากจีน ดัชนี Manufacturing PMI ลดลงมาที่ 49.3 ในเดือนมกราคม แสดงถึงการหดตัวของภาคการผลิต อย่างไรก็ตาม ภาค High-Tech Manufacturing ยังคงขยายตัวที่ 52.0 สะท้อนการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมของจีน ขณะที่ Bank of Canada คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.25% โดยยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากการเจรจาทบทวนข้อตกลงการค้า CUSMA และนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การซื้อขายผลิตภัณฑ์ CFD มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ