ตลาดการเงินโลกในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2026 เดินเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนที่หนาแน่นที่สุดในรอบหลายเดือน โดยมีปัจจัยกดดันสำคัญจากหลายทิศทางพร้อมกัน ทั้งด้านนโยบายการค้า นโยบายการเงิน ภูมิรัฐศาสตร์ และกระแส AI Disruption ที่กำลังปรับโครงสร้างตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างรวดเร็ว
จุดเริ่มต้นของสัปดาห์นี้คือแรงกระแทกจากวันจันทร์ที่ Wall Street ร่วงหนัก โดย Dow Jones ดิ่ง 821 จุด S&P 500 ลด 1.04% และ Nasdaq ร่วง 1.1% ก่อนที่ตลาดจะฟื้นตัวในวันอังคาร หลังข่าวเชิงบวกจาก AMD–Meta Partnership ช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุน แต่ความผันผวนยังคงสูง เพราะปัจจัยเชิงโครงสร้างยังไม่ได้รับการแก้ไข
ปัจจัยที่ตลาดจับตามองมากที่สุดขณะนี้คือ คำวินิจฉัยของศาลสูงสุดสหรัฐฯ ที่ตัดสินว่าภาษีศุลกากรภายใต้กฎหมาย IEEPA ของประธานาธิบดีทรัมป์ “ขัดต่อรัฐธรรมนูญ” ด้วยมติ 6-3 แม้ตลาดพุ่งขึ้นทันทีหลังข่าว แต่ความกังวลกลับมาอีกครั้งเมื่อนักวิเคราะห์ชี้ว่ารัฐบาลยังมีช่องทางกฎหมายอื่นในการเรียกเก็บภาษี ซึ่งหมายความว่าความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้ายังอยู่กับเราไปอีกนาน
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50–3.75% ต่อเนื่อง แม้มีกรรมการ 2 ท่านโหวตให้ลดดอกเบี้ยทันที สิ่งที่ตลาดกังวลมากกว่าตัวเลขดอกเบี้ยคือ “สุญญากาศผู้นำ” ที่กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อวาระของประธาน Powell สิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งอาจนำมาสู่ความผันผวนด้านนโยบายการเงินในช่วงเปลี่ยนผ่าน
ในฝั่งภูมิรัฐศาสตร์ ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านทวีความรุนแรงขึ้น โดยสหรัฐฯ ส่งกำลังทหารเข้าพื้นที่ตะวันออกกลาง การเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ที่เจนีวาในวันพฤหัสบดี 27 กุมภาพันธ์ จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะหากล้มเหลว ตลาดพลังงานจะได้รับแรงกระแทกรุนแรง จากความเสี่ยงที่อิหร่านอาจสูญเสียกำลังการผลิตน้ำมัน 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน รวมถึงความเสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ปรากฏการณ์สำคัญที่สุดที่กำลังเกิดขึ้นในระดับโครงสร้างคือ “Great Rotation” ซึ่งเงินทุนสถาบันกำลังเทขายหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ และไหลเข้าสู่หุ้นคุณค่า สินทรัพย์ปลอดภัย และตลาดหุ้นนอกสหรัฐฯ โดยตลาดยุโรป STOXX 600 บวก 6% และ Nikkei บวก 12% YTD สวนทางกับ Nasdaq ที่ติดลบ 3% ในช่วงเดียวกัน ซึ่งสะท้อนว่าแรงขับเคลื่อนตลาดกำลังเปลี่ยนมืออย่างเป็นระบบ
ผลกระทบต่อตลาด
🥇 ทองคำ (XAU/USD) — ราคาปัจจุบัน: $5,132–5,175/oz
- แรงหนุน Safe Haven จากความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านยังคงเป็น Driver หลัก โดยทองคำทำ High ที่ $5,250 ก่อนย่อตัวมาซื้อขายบริเวณ $5,132–5,175 ถือเป็นระดับที่แข็งแกร่งทางประวัติศาสตร์
- การซื้อของธนาคารกลาง ยังคงต่อเนื่อง โดยธนาคารกลางจีน (PBoC) เพิ่มทองคำในทุนสำรองต่อเนื่อง 15 เดือนติดต่อกัน และโปแลนด์ขยายเพดานทุนสำรองจาก 550 เป็น 700 ตัน ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงโครงสร้างระยะยาวที่หนุนราคาทองคำ
- ความเสี่ยงสำคัญ: ตำแหน่ง Long ค่อนข้างแออัด หากการเจรจานิวเคลียร์วันพฤหัสบดีประสบความสำเร็จ อาจเห็น Take Profit แรงและราคาย่อตัวระยะสั้น
- แนวรับ บริเวณ $5,050–5,100 | แนวต้าน บริเวณ $5,250 (High ล่าสุด)
💵 ตลาด Forex (USD และคู่สกุลเงินหลัก)
- DXY อยู่ที่ 97.84 (+0.14%) แต่ยังร่วงลง 8% ในรอบ 12 เดือน สะท้อน Structural Weakness ของดอลลาร์จาก Yield Differential ที่แคบลงและความไม่แน่นอนด้านนโยบาย Fed
- EUR/USD (~1.1800) อยู่ในโหมด Consolidation โดยแนวรับสำคัญอยู่ที่ 200-day SMA บริเวณ 1.1650 ดอลลาร์อ่อนทำให้ยูโรได้แรงหนุนจากปัจจัยพื้นฐาน ECB ที่ยังคงมาตรการเชิงรุก
- GBP/USD (~1.3517) มีแนวโน้ม Bullish ระยะสั้น เป้าหมายถัดไปที่ 1.3725 โดยมีแนวรับที่ 1.3415 แรงหนุนมาจากข้อมูลเศรษฐกิจ UK ที่ดีกว่าคาด
- USD/JPY เยนแข็งค่าต่อเนื่องในฐานะ Safe Haven ที่แข็งแกร่งที่สุดใน G10 สะท้อนการ Rotation เข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย
- USD/CHF ฟรังก์สวิสแข็งค่าพร้อมกับเยน ยืนยันทิศทาง Risk-Off ของตลาดในภาพรวม
📊 ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ (US Indices)
- S&P 500 (~6,892) ฟื้นตัว +0.8% ในวันอังคาร แต่ยังอยู่ในโหมดระวัง โดย Q4 Blended Earnings Growth สูงกว่า 14% YoY เป็นปัจจัยบวกระยะยาว
- Nasdaq (~22,854) ได้แรงหนุนจากหุ้น AMD (+9%) แต่ยัง Underperform YTD ที่ -3% จากแรงขายกลุ่ม AI/Software และ Sector Rotation ออกจากหุ้นเทคฯ
- Dow Jones (~49,174) ยืนหยัดได้ดีกว่า Nasdaq ด้วย +1.5% YTD สะท้อนว่าหุ้น Industrial/Value ได้รับเงินทุนไหลเข้า
- จุดเสี่ยงสำคัญ: ผลประกอบการ Nvidia (26 ก.พ.) คือ Catalyst ชี้ขาดสัปดาห์นี้ หากออกมาต่ำกว่าคาด จะกดดัน Valuation หุ้นเทคทั่วโลก และอาจเร่งแรงขายระลอกใหม่
🛢️ น้ำมันดิบ (WTI Crude Oil) — ราคาปัจจุบัน: $66.20/bbl
- Catalyst หลัก: ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่านผลักราคาขึ้น High 7 เดือนที่ $67.28 ก่อน Consolidate โดยการเจรจาวันพฤหัสบดีคือจุดเปลี่ยนสำคัญ หากการเจรจาล้มเหลว ราคาอาจดีดเหนือ $70 ได้
- ปัจจัยพื้นฐานหนุน: สต๊อกน้ำมัน EIA ลดลง 9 ล้านบาร์เรล สวนทางคาด, การเจรจาหยุดยิงรัสเซีย–ยูเครนไม่มีข้อสรุปทำให้มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียยังคงอยู่, OPEC+ คงกำลังผลิตตลอด Q1/2026
- ปัจจัยเสี่ยงด้านลบ: Surplus ทั่วโลกอยู่ที่ 3.7 ล้านบาร์เรล/วัน ตาม IEA ซึ่งเป็นแรงกดดันเชิงโครงสร้างในระยะยาว
- แนวรับ $63.50–64.00 | แนวต้าน $67.28–68.00
₿ สินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrencies) — เหรียญดิจิทัล BTC: ~$65,800
- แรงกดดันหลัก: เงินไหลออกจากกองทุน Spot ETF ของเหรียญดิจิทัลในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ภายในสัปดาห์เดียว สะท้อนการลดสัดส่วนของนักลงทุนสถาบันในสภาพแวดล้อม Risk-Off
- ปัจจัยกดดันเพิ่มเติม: ครบรอบ 1 ปีเหตุการณ์ Bybit Hack มูลค่า $1.46 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระบบนิเวศ Crypto โดยรวม
- ระดับราคา: Polymarket ประเมินราคา ณ 25 ก.พ. อยู่ในกรอบ $64,000–66,000 (ความน่าจะเป็น 47%) และ $62,000–64,000 (33%)
- ความสัมพันธ์กับ Risk Asset: เหรียญดิจิทัลยังคงเคลื่อนไหวสอดคล้องกับ Nasdaq ในช่วง Risk-Off ทำให้ Upside ถูกจำกัดจนกว่าบรรยากาศตลาดจะเปลี่ยน
ตลาดการเงินโลกในสัปดาห์นี้กำลังเผชิญกับการประจันหน้าของปัจจัยหลายชั้นพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีสหรัฐฯ ที่แม้ศาลสูงจะตัดสินแล้ว แต่เรื่องราวยังไม่จบ การเปลี่ยนผ่านผู้นำ Fed ที่กำลังจะเกิดขึ้น และสถานการณ์ตะวันออกกลางที่เดือดขึ้นทุกวัน
จุดเปลี่ยนที่นักลงทุนทุกระดับควรจับตาใกล้ชิดในช่วง 48–72 ชั่วโมงข้างหน้าคือ ผลประกอบการ Nvidia ในวันพุธ และการเจรจานิวเคลียร์สหรัฐฯ–อิหร่านในวันพฤหัสบดี ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์มีศักยภาพสูงพอที่จะพลิกทิศทางตลาดหลายสินทรัพย์พร้อมกัน
ในภาพรวม ทองคำและสกุลเงิน Safe Haven ยังคงได้รับแรงหนุนจากสภาพแวดล้อม Risk-Off ขณะที่น้ำมันมีอคติขาขึ้นจากภูมิรัฐศาสตร์ ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ กำลังผ่านช่วงปรับฐานจาก Sector Rotation และเหรียญดิจิทัลยังอยู่ในแรงกดดันจากการไหลออกของทุนสถาบัน สิ่งที่นักลงทุนทุกคนควรให้ความสำคัญมากที่สุดในเวลานี้คือการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพราะในตลาดที่ปัจจัยเปลี่ยนแปลงเร็วเช่นนี้ การรักษาทุนถือเป็นกลยุทธ์ที่มีมูลค่าสูงที่สุด
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือซื้อขายสินทรัพย์ใดๆ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจ