ตลาด CFD ทั่วโลกในวันที่ 16 มกราคม 2026 แสดงสัญญาณ “Optimistic but Cautious” โดยได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของภาคเทคโนโลยีและการเงิน ขณะเดียวกันนักลงทุนยังคงจับตาความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงินอย่างใกล้ชิด
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในวันพฤหัสบดี นำโดย Dow Jones ที่ปรับตัวขึ้น 292 จุด (+0.60%) มาอยู่ที่ 49,442 จุด ขณะที่ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.26% และ Nasdaq +0.25% แรงหนุนหลักมาจาก Goldman Sachs และ Morgan Stanley ที่รายงานกำไรไตรมาส 4 เติบโต 12% และ 18% YoY ตามลำดับ ประกอบกับ TSMC ที่ประกาศผลประกอบการเหนือคาด พร้อมแผน Capex ปี 2026 มูลค่า $52-56 พันล้าน สะท้อนความต้องการชิป AI ที่แข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในอิหร่านและนโยบายภาษีศุลกากรของประธานาธิบดี Trump โดย VIX Index พุ่งขึ้น 15% มาอยู่ที่ระดับ 22.5 จุด สะท้อนความกังวลของนักลงทุน
Forex
- USD Index (DXY) แข็งค่าต่อเนื่องที่ระดับ 99.37 (+0.21%) สูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งและการลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของ Fed
- EUR/USD ซื้อขายที่ 1.1606 (-0.02%) ถูกกดดันจากความแข็งแกร่งของดอลลาร์ แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1.1705 และแนวรับที่ 1.1580-1.1620
- USD/JPY ซื้อขายใกล้ระดับ 158.48 เยนอ่อนค่าต่อเนื่องแม้ BoJ ขึ้นดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 0.75% (สูงสุดรอบ 30 ปี) ตลาดคาดว่า BoJ จะรอจนถึงเดือนกรกฎาคมก่อนขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
- ปัจจัยกดดัน: Fed ส่งสัญญาณไม่รีบลดดอกเบี้ย โดย JPMorgan คาดว่าอาจไม่มีการลดดอกเบี้ยเลยในปี 2026
XAUUSD (ทองคำ)
- ราคาปัจจุบัน: ~$4,590-4,600 ต่อออนซ์ ปรับตัวลงเล็กน้อยจาก ATH ที่ $4,643
- ผลตอบแทน 12 เดือน: +70% (+$1,886) จากระดับ $2,714
- แรงหนุน: ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในอิหร่าน, ความไม่แน่นอนด้านนโยบาย Fed, และการป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ
- แรงกดดัน: Trump ลดท่าทีแข็งกร้าวเรื่องอิหร่าน ทำให้ Safe-haven demand ลดลงชั่วคราว
- แนวต้านสำคัญ: $4,600-4,650 | แนวรับสำคัญ: $4,500-4,550
US Indices (ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ)
- Dow Jones: 49,442.44 จุด (+0.60%) นำโดย Goldman Sachs (+4.53%), Boeing (+2.11%), Nvidia (+2.06%)
- S&P 500: 6,944.47 จุด (+0.26%) ได้รับแรงหนุนจากภาคการเงินและเซมิคอนดักเตอร์
- Nasdaq: 23,530.02 จุด (+0.25%) TSMC และ AI-related stocks เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
- ปัจจัยบวก: ผลประกอบการภาคการเงินแข็งแกร่ง, อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์คาดทำรายได้ทะลุ $1 ล้านล้านในปี 2026 (+30.7% YoY)
- ปัจจัยเสี่ยง: VIX พุ่ง 15% มาที่ 22.5 จุด, นโยบายภาษีศุลกากร Trump 25% บนยานยนต์
US Oil (น้ำมันดิบ WTI)
- ราคาปัจจุบัน: WTI ~$59.10/bbl | Brent ~$63.76/bbl
- การเคลื่อนไหว: ร่วงเกือบ 5% ในวันพฤหัสบดี (ลดลงมากที่สุดตั้งแต่เดือนตุลาคม)
- สาเหตุการปรับฐาน: Trump ลดท่าทีแข็งกร้าวเรื่องอิหร่าน โดยระบุว่าได้รับการยืนยันว่าจะไม่มีการสังหารหมู่ผู้ประท้วง ลดความเสี่ยงของการโจมตีทางทหารในระยะใกล้
- ปัจจัยหนุน: ความวุ่นวายในเวเนซุเอลา, การหยุดชะงักของการส่งออกจากคาซัคสถาน
- แนวต้านสำคัญ: $63.90-65.00/bbl | แนวรับสำคัญ: $57.00-58.00/bbl
Cryptocurrencies
- Bitcoin: ~$95,700 (-0.89% ใน 24 ชม.) ซื้อขายในกรอบ $95,134-$97,193
- แนวโน้ม: ยังคงอยู่ในขาขึ้น ราคาอยู่เหนือ EMA20 ($92,196) แต่กำลังเผชิญแนวต้านที่ $97,000
- ปัจจัยบวก: Bitcoin ETF มีกระแสเงินไหลเข้า $1.7 พันล้านในช่วง 3 วัน (13-15 ม.ค.) โดย BlackRock’s IBIT มีเงินไหลเข้า $648 ล้านในวันเดียว
- แนวต้านสำคัญ: $97,000-$98,000 | หากทะลุได้อาจมุ่งสู่ $100,000
- แนวรับสำคัญ: $91,500-$92,000
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม:
- การประชุม FOMC วันที่ 27-28 มกราคม: จุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับทิศทางนโยบายการเงิน
- สถานการณ์อิหร่าน: แม้ความตึงเครียดลดลงชั่วคราว แต่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ
- นโยบายภาษีศุลกากรของ Trump: อาจสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อและกระทบห่วงโซ่อุปทาน
- ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ: PPI และ Retail Sales ในสัปดาห์หน้า