ภาพรวม
วันที่ 21 มกราคม 2026 ตลาดการเงินโลกเผชิญกับความผันผวนรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 ภายใต้แรงกดดันจากวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ที่เกิดจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมุ่งเป้าไปยังพันธมิตรยุโรป 8 ประเทศในประเด็นการครอบครองกรีนแลนด์
ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศขู่จะเก็บภาษีนำเข้า 10% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ และเพิ่มเป็น 25% ภายในวันที่ 1 มิถุนายน ต่อประเทศเดนมาร์ก สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร โดยเชื่อมโยงกับข้อเรียกร้องให้สหรัฐฯ ซื้อกรีนแลนด์จากเดนมาร์ก
วิกฤตครั้งนี้ส่งผลให้เกิดการขายทิ้งสินทรัพย์สหรัฐอเมริกาอย่างกว้างขวาง (Sell America Trade) ในขณะที่นักลงทุนหลั่งไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Assets) โดยเฉพาะทองคำและเงินที่ทำสถิติสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์ ขณะที่สหภาพยุโรปกำลังเตรียมมาตรการตอบโต้มูลค่า 95 พันล้านยูโร (ประมาณ 110.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ผลกระทบต่อตลาด
💱 Forex
- ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ร่วงลงสู่ระดับ 98.5 ลดลง 0.62% ในเซสชัน และลดลง 8.88% เมื่อเทียบรายปี
- EUR/USD แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.1728-1.1729 เพิ่มขึ้น 0.71% ในเซสชัน และขึ้น 12.68% เมื่อเทียบรายปี
- Swiss Franc (CHF) นำการแข็งค่าในกลุ่ม G10 ต่อดอลลาร์ ซื้อขายเหนือระดับ 0.79
- Japanese Yen (JPY) แข็งค่าเล็กน้อย USD/JPY อยู่ที่ระดับ 157.89-158.02
- ความไม่แน่นอนด้านนโยบายจากสหรัฐฯ ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงแม้ผลตอบแทนพันธบัตรจะเพิ่มขึ้น
🥇 XAUUSD (ทองคำ)
- ราคาทองคำ Futures ทะลุ $4,800 ต่อออนซ์ ทำสถิติ All-Time High ใหม่ในประวัติศาสตร์
- Spot Gold เคลื่อนไหวในกรอบ $4,781-4,805 ต่อออนซ์
- ทองคำเพิ่มขึ้นกว่า 64% ในปี 2025 และขึ้นอีก 8% นับตั้งแต่ต้นปี 2026
- Citigroup คงคาดการณ์เป้าหมายไว้ที่ $5,000 ต่อออนซ์
- HSBC คาดว่าราคาอาจพุ่งแตะ $5,000 ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
- เงิน (Silver) พุ่งขึ้นกว่า 4% ไปที่ $93.69-94.61 ต่อออนซ์ ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกัน
- ปัจจัยหนุน: ธนาคารกลางทั่วโลกสะสมทองคำ, ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์, นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย
📊 US Indices
- Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 48,488 จุด ลดลง 870.74 จุด (-1.76%)
- S&P 500 ปิดที่ 6,796.86 จุด ลดลง 2.06% มูลค่าตลาดหายไปกว่า $1.2 ล้านล้าน
- Nasdaq Composite ปิดที่ 22,954.32 จุด ลดลง 2.39% ถือเป็นวันที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ตุลาคม 2025
- ทั้ง 3 ดัชนีหลักปิดในเขตลบสำหรับปี 2026 เป็นครั้งแรก
- หุ้น “Magnificent Seven” (Nvidia, Alphabet, Amazon, Meta, Apple, Microsoft, Tesla) ล้วนลดลงมากกว่า 1.1%
- Russell 2000 (Small-Cap) มีผลงานดีกว่า S&P 500 เป็นวันที่ 12 ติดต่อกัน
🛢️ US Oil
- WTI Crude ลดลงสู่ระดับ $59.57-59.73 ต่อบาร์เรล (-1.31%)
- Brent Crude อยู่ที่ระดับ $64.14-64.92 ต่อบาร์เรล
- แรงกดดันจากความกังวลว่าความตึงเครียดทางการค้าจะกระทบต่ออุปสงค์พลังงาน
- อุปทานยังคงเกินอุปสงค์ ทำให้ราคาน้ำมันยังคงดิ้นรนในการรักษาระดับ
- แรงหนุนจำกัด: การหยุดผลิตชั่วคราวที่แหล่งน้ำมันในคาซัคสถานและความตึงเครียดในอิหร่าน
₿ Cryptocurrencies
- Bitcoin (BTC) อยู่ที่ระดับ $88,900-89,600 ปรับตัวลงประมาณ 11.2% จากจุดสูงสุดที่ $95,000
- Ethereum (ETH) ลดลง 7.05% สู่ระดับ $2,936-2,964
- แรงกดดันจาก “Risk-Off Sentiment” ที่ชัดเจน ทำให้นักลงทุนขายสินทรัพย์เสี่ยง
- Altcoins ส่วนใหญ่อ่อนตัวตามตลาด
- อย่างไรก็ตาม IBIT และ ETHA ยังคงมี inflows เลือกสรร
- นักวิเคราะห์ยังคาดหวังว่า BTC มีศักยภาพทำระดับสูงใหม่ในปี 2026 แต่ในระยะสั้นยังเผชิญแรงต้าน
บทสรุป
วิกฤตภาษีกรีนแลนด์ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ระยะสั้น แต่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และพันธมิตรยุโรป ซึ่งส่งผลกระทบในวงกว้างต่อตลาดการเงินโลก
ประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา:
- Sell America Trade กลับมา — การขายทิ้งพร้อมกันของหุ้น พันธบัตร และดอลลาร์สหรัฐฯ แสดงถึงความกังวลเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ
- Safe Haven Dominance — ทองคำและเงินทำสถิติสูงสุดใหม่ ขณะที่ CHF และ JPY แข็งค่า สะท้อนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่สูงมาก
- Fed ในโหมดรอดู — การประชุม FOMC วันที่ 27-28 มกราคมคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.50-3.75% โดยการลดดอกเบี้ยครั้งแรกอาจเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน
- ยุโรปถือไพ่สำคัญ — Deutsche Bank เตือนว่ายุโรปถือครองสินทรัพย์สหรัฐฯ มูลค่าประมาณ $8 ล้านล้าน การปรับสมดุลการลงทุนอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดทุนโลก
- Volatility เป็นบรรทัดฐานใหม่ — VIX เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 18.84 บ่งชี้ว่านักลงทุนควรเตรียมพร้อมสำหรับความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
คำเตือน: รายงานนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านข้อมูลและการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การซื้อขาย CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน