1. ภาพรวม
ดอลลาร์สหรัฐเผชิญแรงเทขายหนักต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 โดย WSJ Dollar Index ร่วงลง 1.1% ในวันเดียว ซึ่งถือเป็นการร่วงแรงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงวิกฤต Tariff เมื่อเดือนเมษายน ส่งผลให้ดัชนีปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 หรือกว่า 4 ปีที่ผ่านมา
ปัจจัยกดดันหลักมาจากความกังวลเรื่องความเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ หลังประธานาธิบดี Trump พยายามเข้าครอบครอง Greenland สร้างความไม่พอใจให้กับพันธมิตร และกระตุ้นความวิตกว่านักลงทุนต่างชาติอาจเทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ รวมถึงพันธบัตรรัฐบาล (Treasuries) นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังทำ “Rate Check” กับ Fed New York สร้างความคาดหมายว่าอาจมีการแทรกแซงตลาด Dollar-Yen ร่วมกับญี่ปุ่น
สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้ตลาดคือท่าทีของประธานาธิบดี Trump เมื่อถูกถามว่าดอลลาร์ร่วงมากเกินไปหรือไม่ ท่านตอบว่า “No, I think it’s great” และเสริมว่า “ดูธุรกิจที่เราทำสิ” คำตอบนี้ถูกตลาดตีความว่า Trump ต้องการดอลลาร์อ่อนเพื่อหนุนภาคการผลิตและการส่งออกของสหรัฐฯ
ผลกระทบจากดอลลาร์อ่อนค่าส่งผลให้สกุลเงินหลักอื่นๆ แข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย Euro แข็งค่าขึ้นราว 16% เทียบดอลลาร์ นับตั้งแต่ Trump เข้ารับตำแหน่งเมื่อมกราคมปีที่แล้ว ขณะที่ Swiss Franc และ Mexican Peso แข็งค่าขึ้นกว่า 19%
ปัจจัยกดดันเพิ่มเติมยังรวมถึงความกังวลเรื่องประธาน Fed คนใหม่ที่อาจสนับสนุนดอกเบี้ยต่ำ ความเป็นอิสระของ Fed ที่ถูกคุกคาม และปัญหา Budget Deficit ที่สูงของสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจประเทศอื่นๆ ฟื้นตัว ทำให้สหรัฐฯ ดูไม่โดดเด่นเหมือนช่วงหลังวิกฤต COVID
2. ผลกระทบต่อตลาด
📊 Forex (ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน)
- DXY (Dollar Index) ร่วงแตะระดับ 96-97 จุด ต่ำสุดนับตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2022
- EUR/USD ได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์อ่อน Euro แข็งค่าขึ้นราว 16% ตั้งแต่ต้นปี 2025
- USD/JPY มีแรงกดดันหลังเกิดการคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ และญี่ปุ่นอาจร่วมกันแทรกแซงค่าเงิน
- USD/CHF อ่อนค่าหนัก Swiss Franc แข็งค่าขึ้นกว่า 19%
- กลยุทธ์: เฝ้าระวังความผันผวนสูงในคู่เงินหลักที่มีดอลลาร์เป็นฐาน โดยเฉพาะช่วงประกาศผลประชุม FOMC สัปดาห์นี้
🥇 XAUUSD (ทองคำ)
- ราคาทองคำพุ่งทะลุ $5,000/oz เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แตะจุดสูงสุดที่ $5,110/oz
- ทองคำปรับตัวขึ้นกว่า 17% นับตั้งแต่ต้นปี 2026
- ปัจจัยหนุน: ดอลลาร์อ่อน + ความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย + กระแส “Debasement Trade”
- ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงซื้อทองคำต่อเนื่อง และ ETF ไหลเข้าแข็งแกร่ง
- แนวรับสำคัญ: $4,900 / $4,691 | แนวต้าน: $5,100 / $5,200
- กลยุทธ์: ทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น แต่ระวังการปรับฐานระยะสั้นหลังขึ้นแรง
📈 US Indices (ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ)
- S&P 500 ปิดที่ระดับ All-Time High ใหม่ที่ 6,978.60 จุด (+0.41%)
- Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้น 0.91% แตะ 23,817 จุด หนุนโดยหุ้น Big Tech
- Dow Jones ร่วง 0.83% เหลือ 49,003 จุด ถูกกดดันจาก UnitedHealth ร่วง 20%
- หุ้น Technology นำโดย Microsoft (+2.2%), Apple (+1.1%) และ Micron (+5.4%)
- ตลาดรอผลประกอบการ Magnificent 7 และการประชุม Fed
- กลยุทธ์: ดัชนี Tech ยังแข็งแกร่ง แต่ Dow อาจเผชิญแรงกดดันจากภาคสุขภาพ
🛢️ US Oil (น้ำมันดิบ WTI)
- WTI Crude ซื้อขายในกรอบ $60-61/barrel
- ปัจจัยหนุน: ความตึงเครียดตะวันออกกลาง (US-Iran), พายุฤดูหนาวในสหรัฐฯ กระทบ 15% ของผลผลิต
- ปัจจัยกดดัน: การกลับมาส่งออกของ Kazakhstan, อุปทานโลกล้นตลาด
- การเจรจา Russia-Ukraine ยังไม่มีความคืบหน้า แต่ทั้งสองฝ่ายตกลงเจรจาต่อ
- แนวรับสำคัญ: $59.99 (61.8% Fib) | แนวต้าน: $61.72
- กลยุทธ์: รอดูผล OPEC+ Meeting และพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์
₿ เหรียญดิจิทัล (Cryptocurrencies)
- เหรียญดิจิทัลหลัก ซื้อขายที่ระดับ $87,000-$88,000 ใกล้จุดต่ำสุดของปี
- ร่วงจากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม 2025 ที่ $126,000 ราว 30%
- ETF Outflows เกิน $1.3 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ปัจจัยกดดัน: ความเสี่ยง Government Shutdown, ความล่าช้าของ Clarity Act
- นักลงทุนหันไปหาทองคำและเงินแทน ท่ามกลางความไม่แน่นอน
- แนวรับสำคัญ: $84,500 / $80,000 | แนวต้าน: $93,500 / $95,000
- กลยุทธ์: ตลาดอาจเคลื่อนไหวในกรอบ $85,000-$94,500 รอ Catalyst ใหม่
3. บทสรุป
การอ่อนค่าอย่างรุนแรงของดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์นี้สะท้อนถึงความกังวลของตลาดต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ทั้งในด้านการค้า การเงิน และความเป็นอิสระของธนาคารกลาง ท่าทีของประธานาธิบดี Trump ที่แสดงออกว่าไม่กังวลกับดอลลาร์อ่อน ยิ่งตอกย้ำมุมมองของตลาดว่ารัฐบาลสหรัฐฯ อาจต้องการให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเพื่อหนุนภาคส่งออก
สถานการณ์นี้สร้างโอกาสและความเสี่ยงที่แตกต่างกันในแต่ละตลาด ทองคำได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนจากกระแส “Sell America” และกลายเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนเลือกถือครอง ดัชนีหุ้น Tech ของสหรัฐฯ ยังคงได้รับแรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง แต่ภาคอื่นๆ อย่างเช่น Healthcare กลับเผชิญแรงกดดัน
สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยมีเหตุการณ์ที่ต้องจับตา ได้แก่ การประชุม FOMC (คาดว่า Fed จะคงดอกเบี้ย), ผลประกอบการ Magnificent 7, และความเสี่ยง Government Shutdown ในวันศุกร์ นักเทรดควรบริหารความเสี่ยงอย่างเข้มงวดและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน การซื้อขาย CFD มีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้