ภาพรวม
การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28-29 มกราคม 2026 ส่งผลสะเทือนต่อตลาดการเงินทั่วโลก โดย Fed มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50%-3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม มติดังกล่าวไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจาก Stephen Miran และ Christopher Waller โหวตสนับสนุนให้ลดดอกเบี้ยลง 25 basis points
ประธาน Fed นาย Jerome Powell กล่าวในการแถลงข่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ “ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง” และตลาดแรงงาน “แสดงสัญญาณของเสถียรภาพ” พร้อมระบุว่านโยบายการเงินในปัจจุบันอาจไม่ได้เข้มงวดอย่างมีนัยสำคัญเมื่อพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า Fed มีแนวโน้มคงดอกเบี้ยต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยตลาดคาดการณ์ว่าการปรับลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจเกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2026
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อตลาดในสัปดาห์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตัดสินใจของ Fed เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น หลังประธานาธิบดี Donald Trump ขู่จะโจมตีอิหร่านหากมีการปราบปรามผู้ประท้วง รวมถึงประเด็นความเป็นอิสระของ Fed ที่ถูกตั้งคำถาม ทั้งคดีของ Lisa Cook ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลสูงสุด และการสอบสวน Powell โดยกระทรวงยุติธรรม
ในฝั่งผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ Meta, Microsoft และ Tesla รายงานผลกำไรและรายได้เหนือความคาดหมาย แต่ตลาดตอบรับแตกต่างกัน โดย Meta พุ่งขึ้น 10% หลังให้ Guidance ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ Microsoft ร่วงลง 6% จากการเติบโตของ Cloud ที่ชะลอตัว ด้าน Samsung Electronics และ SK Hynix รายงานกำไรทำสถิติใหม่จากการขาดแคลน Memory Chip และความต้องการ AI ที่พุ่งสูง
________________________________________
ผลกระทบต่อตลาด
Forex (ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน)
● ดอลลาร์สหรัฐ (USD) อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 ปี หลัง Trump แสดงท่าทียอมรับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ แม้จะมีนโยบายกำแพงภาษี
● EUR/USD และ GBP/USD ได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์อ่อน โดยนักลงทุนจับตาความแตกต่างของนโยบายการเงินระหว่าง Fed และ ECB
● USD/JPY เผชิญแรงกดดัน หลังค่าเงินเยนแข็งค่าจากความต้องการ Safe-Haven และความคาดหวังที่ BOJ จะปรับนโยบาย
● ดอลลาร์สิงคโปร์ (SGD) ทรงตัว หลังธนาคารกลางสิงคโปร์ (MAS) คงนโยบายการเงินไว้ตามเดิม พร้อมเตือนความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ
● รูเปียห์อินโดนีเซีย (IDR) อ่อนค่าเล็กน้อยสู่ระดับ 16,778 ต่อดอลลาร์ หลัง MSCI เตือนอาจลดสถานะตลาดอินโดนีเซียเป็น Frontier Market
XAUUSD (ทองคำ)
● ราคาทองคำทะลุ $5,500 ต่อออนซ์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ พุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันเดียว ทำ All-Time High ใหม่
● ปัจจัยหนุนหลัก ได้แก่ ดอลลาร์อ่อนค่า, ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและนโยบาย, ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ (สหรัฐฯ-อิหร่าน)
● การซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก ยังคงแข็งแกร่ง คาดการณ์เฉลี่ย 70 ตันต่อเดือนในปี 2026
● ETF Inflows ไหลเข้าต่อเนื่อง สะท้อนความต้องการ Safe-Haven Asset ที่เพิ่มขึ้น
● แนวต้านถัดไป อยู่ที่ระดับจิตวิทยา $5,600 และ $5,700 ขณะที่แนวรับสำคัญอยู่ที่ $5,300 และ $5,000
US Indices (ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ)
● S&P 500 แตะ 7,000 จุดเป็นครั้งแรก (Intraday High: 7,002.28) ก่อนปิดลบเล็กน้อยที่ 6,978.03 (-0.01%)
● Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 49,015.60 (+0.02%) ทรงตัวใกล้ระดับสูงสุด
● Nasdaq Composite Outperform ปิดที่ 23,857.45 (+0.17%) ได้รับแรงหนุนจากหุ้นเทคโนโลยี
● ผลประกอบการ Big Tech ส่งผลกระทบแตกต่างกัน: Meta (+10%), Tesla (+1%), Microsoft (-6%)
● Treasury Yields ปรับตัวขึ้นหลังการประชุม Fed สะท้อนมุมมองที่ว่าดอกเบี้ยจะคงอยู่ในระดับสูงต่อไป
● ตลาดเอเชีย ส่วนใหญ่ปรับตัวลง: Nikkei 225 (-0.14%), ASX 200 (-0.69%), CSI 300 (-0.31%), Jakarta Composite (-8%+)
US Oil (น้ำมันดิบสหรัฐฯ)
● WTI Crude Oil พุ่งขึ้นกว่า 1% หลัง Trump ขู่โจมตีอิหร่าน พร้อมระบุว่า “กองเรือรบขนาดใหญ่กำลังมุ่งหน้าไปอิหร่าน”
● Brent Crude (น้ำมันดิบมาตรฐานโลก) ปรับตัวขึ้นในทิศทางเดียวกัน จากความกังวลด้าน Supply Disruption
● ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง กลายเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันในระยะสั้น
● ปัจจัยกดดัน ยังคงมาจากความกังวลด้านอุปสงค์โลก หากเศรษฐกิจชะลอตัว
● นักลงทุนจับตา พัฒนาการความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิหร่าน และนโยบายของ OPEC+ ในระยะถัดไป
Cryptocurrencies (เหรียญดิจิทัล)
● ตลาดเหรียญดิจิทัลเผชิญแรงกดดัน จาก Risk-Off Sentiment ที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก
● ความสัมพันธ์กับหุ้นเทคโนโลยี ยังคงสูง โดยเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับ Nasdaq
● Fed คงดอกเบี้ย ส่งผลกลางๆ ต่อเหรียญดิจิทัล เนื่องจากตลาดคาดการณ์ไว้แล้ว
● ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาล Trump
● นักลงทุนสถาบัน ยังคงให้ความสนใจ แต่รอความชัดเจนด้านนโยบายก่อนเพิ่มสถานะ
________________________________________
บทสรุป
การประชุม Fed ในเดือนมกราคม 2026 ส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ จะคงท่าที “Wait and See” ต่อไปอีกระยะ หลังเศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่งและเงินเฟ้อยังสูงกว่าเป้าหมาย ขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มมีเสถียรภาพ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้โอกาสที่ Fed จะลดดอกเบี้ยในระยะสั้นมีน้อยลง โดยตลาดคาดการณ์ว่าการลดดอกเบี้ยครั้งถัดไปอาจเกิดขึ้นในช่วงกลางปี
ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจสูงสุดในสภาวะตลาดปัจจุบัน โดยการทะลุ $5,500 สะท้อนความต้องการ Safe-Haven ที่เพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย ทั้งดอลลาร์อ่อนค่า ความไม่แน่นอนทางนโยบาย และความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ราคาที่อยู่ในระดับ Overbought อาจนำไปสู่การ Correction ในระยะสั้น
สำหรับตลาดหุ้นสหรัฐฯ การที่ S&P 500 แตะ 7,000 จุดเป็นครั้งแรกถือเป็น Milestone สำคัญ แต่การปิดตลาดต่ำกว่าระดับดังกล่าวบ่งชี้ถึงแรงขายทำกำไรและความระมัดระวังของนักลงทุน ผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดในระยะถัดไป
นักลงทุนควรติดตามพัฒนาการสำคัญ ได้แก่ การแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่ (วาระ Powell สิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม) ความคืบหน้าของคดี Lisa Cook ในศาลสูงสุด และสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางตลาดในระยะกลางถึงยาว
________________________________________
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลและความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน