ตลาดการเงินโลกยังคงเคลื่อนไหวภายใต้แรงกดดันสองด้านในสัปดาห์นี้ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกว่า 20% ของโลกยังคงถูกปิดกั้น ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ทดสอบระดับ $100 ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่านที่ยังไม่มีทีท่าจะยุติในเร็ววัน
ข้อมูล CPI สหรัฐฯ เดือนกุมภาพันธ์รายงานตัวเลขเงินเฟ้อที่ +0.3% MoM และ +2.4% YoY ตรงตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนช่วงเวลา ก่อน ราคาพลังงานพุ่งสูงจากวิกฤตฮอร์มุซ นักวิเคราะห์จาก ClearBridge Investments ชี้ว่าข้อมูล CPI ที่ออกมาเป็นเพียงภาพในกระจกมองหลัง เนื่องจากแรงกระแทกด้านพลังงานจะสะท้อนในตัวเลขเดือนถัดไปอย่างชัดเจน
ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นหลังจากที่กองกำลัง IRGC ของอิหร่านประกาศว่าจะไม่อนุญาตให้น้ำมันแม้แต่หยดเดียวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเตือนให้โลกเตรียมรับมือกับน้ำมันที่ระดับ $200 ต่อบาร์เรล ขณะที่ IEA ประกาศปล่อยสำรองน้ำมันฉุกเฉิน 400 ล้านบาร์เรล — ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ — แต่ตลาดยังไม่ตอบสนอง สะท้อนว่านักลงทุนมองว่ามาตรการดังกล่าวยังไม่เพียงพอต่อการอุดช่องว่างซัพพลายที่เกิดขึ้น
Goldman Sachs ประเมินว่าราคาน้ำมันในปัจจุบันมี War Premium แทรกอยู่ราว $13-18 ต่อบาร์เรล ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานที่ตลาดกำลังมองว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดอีกราว 4 สัปดาห์ ขณะที่ Rystad Energy เตือนว่าหาก Brent ยังคงหยุดชะงักต่อเนื่องถึง 4 เดือน ราคาอาจปีนขึ้นไปที่ $135 ต่อบาร์เรลได้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปีขยับขึ้นสู่ระดับ 4.222% (+8 bps) กดดันให้ตลาดคาดการณ์ว่า Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยได้เพียงครั้งเดียวในช่วงปลายปี และตลาดโฟกัสต่อไปที่ตัวเลข PCE Index ซึ่งจะประกาศในวันศุกร์
ผลกระทบต่อตลาดการเงิน
💹 Forex — ดอลลาร์แข็ง ดึงเงินสกุลหลักอ่อน
- DXY ทะยานเหนือระดับ 99 จุด — ได้แรงหนุนคู่ขนานจากทั้ง Safe-Haven Flow และการปรับคาดการณ์ Fed ที่ชะลอการลดดอกเบี้ย
- EUR/USD เผชิญแรงกดดันสองทาง ทั้งจากดอลลาร์แข็งและความเสี่ยงที่พลังงานแพงจะฉุดเศรษฐกิจยุโรปชะลอตัวลงเร็วกว่าคาด
- GBP/USD เคลื่อนไหว Sideways แถว $1.3414 ขณะที่ Oxford Economics ชี้เงินเฟ้อสหราชอาณาจักรอาจขยับสูงขึ้น 0.4 จุดเปอร์เซ็นต์ หากเส้นทางขนส่งผ่านฮอร์มุซหยุดชะงักต่อไปถึง 2 เดือน
- USD/JPY แตะ 158.90 (+0.5%) ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังกว้าง กดให้เยนยังคงอ่อนแม้ภาวะ Risk-Off จะพยุงบางส่วน
- AUD/USD ฟื้นขึ้นสู่ $0.7149 (+0.4%) หลังการคาดการณ์ว่า RBA มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์หน้าเพิ่มขึ้น
🥇 XAUUSD — พักฐานหลังปะทะ $5,400 แต่แนวโน้มใหญ่ยังบวก
- ทองคำ Spot ปรับลงมาแถว $5,169-5,240/ออนซ์ (-0.4%) หลังจากทดสอบระดับ $5,400 ในช่วงต้นสัปดาห์ — แรงกดดันหลักมาจากดอลลาร์แข็งและ Treasury Yields ที่ยังอยู่สูง
- การย่อตัวลักษณะนี้สอดคล้องกับวงจร “Profit-taking หลังจากราคาพุ่งเร็ว” ที่ Standard Chartered ระบุว่าเป็นพฤติกรรมปกติในช่วง Liquidity Demand สูง
- แรงสนับสนุนระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง — ทองคำปรับขึ้นกว่า 19% ในปีนี้ หนุนโดยทั้งความต้องการ Safe-Haven และความกังวลเงินเฟ้อจากวิกฤตพลังงาน
- เงิน (Silver) ร่วงลง -3.5% สู่ $85.34/ออนซ์ เพราะ Sentiment Risk-Off ไหลเข้า Cash และดอลลาร์มากกว่าโลหะมีค่า
🛢️ US Oil (WTI / Brent) — ซัพพลายช็อคครั้งใหญ่สุดในรอบหลายสิบปี
- WTI ยืนอยู่บริเวณ $87-90/บาร์เรล หลังจากพุ่งแตะ $95 ในช่วงที่ตลาดตื่นตระหนก ก่อนจะถูกขายทำกำไรบางส่วน
- Brent ทดสอบระดับ $100/บาร์เรล เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2565 — บริเวณนี้ถือเป็น Psychological Level สำคัญที่หากยืนได้จะส่งสัญญาณต่อ Inflation Outlook ของโลก
- IEA ปล่อยสำรอง 400 ล้านบาร์เรล แต่นักวิเคราะห์ MST Marquee ประเมินว่าครอบคลุมช่องว่างซัพพลายได้เพียงราว 25% ของ 20 ล้านบาร์เรล/วันที่หายไป
- ราคาน้ำมันผันผวนรุนแรงทั้งสองทาง — ข่าวการเจรจาหรือสัญญาณหยุดยิงอาจทำให้ราคาปรับลงเร็วเท่าที่ขึ้น นักลงทุนต้องระวังความเสี่ยงนี้โดยเฉพาะ
📊 US Indices — โหมด Wait-and-See กลุ่ม Energy & Defense นำตลาด
- S&P 500 ปิดแถว 6,712-6,881 จุด (-0.08 ถึง -0.2%) — ตลาดแสดงให้เห็นว่า Geopolitical Shock เริ่มถูก Price In แล้วในระดับหนึ่ง
- Dow Jones ปิดที่ 47,417 จุด (-0.61%) ถูกกดดันจากหุ้น Logistics และ Airlines ที่ต้องเผชิญต้นทุนพลังงานสูงและการ Reroute เส้นทางบิน
- Nasdaq แกว่งแถว Flat ถึง +0.08% — กลุ่ม Tech ยังคงได้รับแรงซื้อจากนักลงทุนที่มองว่า AI Narrative ยังแข็งแกร่งและหุ้น Tech อย่าง Oracle (+9.2%) ช่วยพยุงดัชนี
- กลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดเจน ได้แก่ Defense Stocks (Lockheed Martin +6%, Northrop Grumman +5%) และ Clean Energy ที่พุ่งขึ้นแตะ All-Time High ในฐานะทางเลือกแทนพลังงานฟอสซิล
- แนวโน้มระยะสั้นยังเป็น Sideways-to-Down ภายใต้ความไม่แน่นอนของสงคราม ก่อนที่ตลาดจะได้เห็นทิศทางที่ชัดขึ้น
🪙 Cryptocurrencies — เหรียญดิจิทัล Outperform ตลาดดั้งเดิมนับตั้งแต่สงครามเริ่ม
- เหรียญดิจิทัล (Bitcoin) แกว่งตัวระหว่าง $69,500-71,000 หลังจากเคยทดสอบระดับ $74,000 ก่อนที่แรงขาย Risk-Off จะดึงกลับ ปัจจุบันยังคง Up กว่า 7% นับตั้งแต่วันที่สงครามเริ่มขึ้น ซึ่งถือว่า Outperform ทั้ง Gold และ S&P 500 ในช่วงเวลาเดียวกัน
- การที่ตลาดคริปโตเปิด 24/7 ทำให้เหรียญดิจิทัลกลายเป็น “ตลาดเดียวที่เปิด” ในช่วงสุดสัปดาห์ที่สงครามปะทุ ดึงดูดนักลงทุนทั่วโลกให้เข้ามาใช้เป็น Price Discovery Tool
- Bitcoin ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิกว่า $167 ล้านในช่วง 2 วัน สะท้อน Institutional Demand ยังคงแข็งแกร่ง
- ความเสี่ยง: หากเงินเฟ้อยังพุ่ง Fed ไม่ลดดอกเบี้ย และสงครามยืดเยื้อ ภาวะ Risk-Off จะกดดันสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงเหรียญดิจิทัลทั้งหมดอย่างหนัก
วิกฤตฮอร์มุซในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น แต่คือการทดสอบความสามารถในการรับแรงกระแทกของระบบเศรษฐกิจโลกในภาวะที่ห่วงโซ่อุปทานพลังงานยังคงเปราะบาง ตลาดกำลังอยู่ในสภาวะ “ดึงเชือกสองด้าน” — ระหว่างสัญญาณชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่เปิดทางให้ Fed ลดดอกเบี้ย กับแรงกดดันเงินเฟ้อจากพลังงานที่อาจทำให้ต้องชะลอนโยบายผ่อนคลายออกไป
ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลข PCE Index วันศุกร์ สัญญาณการทูตจากช่อง Muscat-Geneva รวมถึงทิศทางการเคลื่อนเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งสามตัวแปรนี้จะเป็นตัวกำหนดว่า “War Premium” ที่แทรกอยู่ในทุกสินทรัพย์จะขยายต่อหรือหดตัวลงในระยะใกล้
ข้อมูลอ้างอิง: Reuters, Bloomberg, Goldman Sachs Commodity Desk, IEA, CNBC, Fortune, CoinDesk — ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569