ตลาดการเงินโลกเข้าสู่สภาวะ “Perfect Storm” อย่างแท้จริงในสัปดาห์นี้ เมื่อปฏิบัติการทางทหาร “Operation Epic Fury” ของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้ลุกลามสู่ระดับที่ตลาดไม่สามารถเพิกเฉยได้อีกต่อไป การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่าน Ayatollah Ali Khamenei จากการโจมตีทางอากาศ ตามมาด้วยการประกาศ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันกว่า 1 ใน 5 ของโลก ส่งผลให้ทุกสินทรัพย์ในตลาด CFD เคลื่อนไหวอย่างรุนแรงพร้อมกัน
ความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ได้กระทบเพียงแค่ราคาน้ำมัน แต่ยังจุดชนวนความกังวลเรื่อง เงินเฟ้อรอบใหม่ ผ่านการโจมตีโรงงานผลิต LNG และโรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำให้ราคาพลังงานทั่วยุโรปพุ่งสูงกว่า 39–50% ภายในวันเดียว ขณะที่ตลาดยังต้องรับมือกับ ISM Prices Paid ที่พุ่งขึ้นสู่ระดับ 70.5 จุด สูงสุดในรอบ 3.5 ปี และ อัตราภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% ของ Trump ที่ยังคงบังคับใช้อยู่
ท่ามกลางพายุปัจจัยลบที่มาบรรจบพร้อมกัน ทิศทางของตลาดในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับคำถามสำคัญเพียงข้อเดียว — ช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดอีกครั้งเมื่อใด?
ผลกระทบต่อตลาด
🛢 น้ำมัน (US Oil — WTI / Brent)
- WTI Crude ปิดที่ ~$71.97/บาร์เรล พุ่งขึ้น +5.6% ในวันเดียว
- Brent Crude แตะระดับ ~$77.66–$79/บาร์เรล เพิ่มขึ้น +6.6% (ระหว่างวันสูงสุด +8%)
- กองทัพ IRGC ของอิหร่านประกาศจะยิงทำลายเรือทุกลำที่ผ่านช่องแคบ บริษัทเดินเรือรายใหญ่อย่าง Maersk ระงับเส้นทางทันที บริษัทประกันภัยยกเลิกความคุ้มครองในเขตพื้นที่ดังกล่าว
- อิหร่านผลิตน้ำมัน 4.7 ล้านบาร์เรล/วัน (4.4% ของโลก) แต่ผลกระทบที่ใหญ่กว่าคือ Supply ทั่วโลกที่หยุดชะงัก จากการปิดกั้นเส้นทางช่องแคบ
- การโจมตีโรงงานผลิตพลังงานและโรงกลั่นน้ำมันในภูมิภาค ส่งผลให้ Natural Gas ยุโรป (TTF) พุ่งขึ้น ~39–50% จากการหยุดชะงักของกำลังการผลิต LNG ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 20% ของโลก
- นักวิเคราะห์ประเมินว่าหากปิดช่องแคบจริงในระยะยาว ราคา WTI อาจขยับไปที่ $100/บาร์เรล
- OPEC+ เพิ่มกำลังผลิต 206,000 บาร์เรล/วัน ในเดือนเมษายน แต่ถือว่า น้อยมาก เมื่อเทียบกับ Supply disruption ที่เกิดขึ้น
- มุมมอง: Upside risk ยังสูง ตราบใดที่ช่องแคบฮอร์มุซยังไม่เปิดใช้งานได้ตามปกติ
🥇 ทองคำ (XAU/USD)
- Spot Gold พุ่งขึ้นแตะ $5,419/oz ระหว่างวัน ก่อนปิดที่ ~$5,298–$5,406 (+2.1–2.4%)
- Gold Futures (เมษายน) ปิดที่ ~$5,311–$5,411/oz (+3.1%)
- ความต้องการ Safe Haven พุ่งสูงสุดรอบหลายสัปดาห์ หลังจากทองเคยทำ ATH ที่ $5,608 ในเดือนมกราคม
- แม้มีแรงขายทำกำไรของ Short-term traders ช่วงปลายวัน ทำให้ร่วงจาก Peak ราว $100 แต่ Geopolitical risk ยังชนะแรงกดดันจาก Yield ที่ดีดขึ้น
- การซื้อทองสำรองของ Central Banks ทั่วโลกยังคงแข็งแกร่ง ส่งผลให้ทองคำ +84.5% YoY
- แนวรับ: $5,265 | แนวต้าน: $5,335 — หากทะลุผ่าน เป้าหมายถัดไปที่ $5,645
- มุมมอง: ทองยังคงมีแรงหนุนจากทั้ง Geopolitical risk และ Dedollarization trend ระยะกลาง
📈 ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ (US Indices)
- S&P 500 ปิดที่ ~6,879–6,882 (ฟื้นตัวจากการร่วง -1.2% ช่วงเช้า)
- Nasdaq Composite ปิดที่ ~22,761 (+0.4% ฟื้นจาก -1.6%)
- Dow Jones ปิดที่ ~48,978 (-0.1% ถึง -0.2%)
- ตลาดเปิดร่วงหนัก (Dow futures ร่วง ~500 จุด) แต่ฟื้นตัวกลับมาตามรูปแบบประวัติศาสตร์ที่สงครามมักไม่สร้าง Sustained sell-off
- กลุ่มที่ได้ประโยชน์: Defense stocks (Lockheed Martin +6%, Northrop Grumman +5%) และ Oil stocks (Exxon +4%, Chevron +4%)
- กลุ่มที่ถูกกดดัน: Airlines (American -4.5%, Delta -2.1%) และ Tech sector จากความกังวล AI spending
- Futures เช้าวันนี้ยังอยู่ในโหมดระมัดระวัง: Dow -0.22%, S&P 500 -0.25%, Nasdaq 100 -0.33%
- มุมมอง: ตลาดยังมีความเสี่ยงขาลงหากความขัดแย้งยืดเยื้อ แต่ภาค Defense และ Energy เป็น Tactical play ที่น่าสนใจ
💱 ตลาด Forex
- DXY (Dollar Index) แข็งค่าขึ้น ~98.25–98.65 (+0.66–1.0%) สูงสุดรอบ 5 สัปดาห์ จากสถานะ Reserve Currency ในภาวะสงคราม
- EUR/USD ร่วงลงสู่ ~1.1693–1.1703 (EUR อ่อนค่า ~1%) จากวิกฤตพลังงานที่กระทบเศรษฐกิจยุโรปโดยตรง คาดการณ์การลดดอกเบี้ยของ ECB ถูกตัดลงครึ่งหนึ่ง
- GBP/USD อ่อนตัวต่อเนื่องที่ ~1.3418 จากข้อมูลเศรษฐกิจ UK ที่ย่ำแย่ + BoE คาดลดดอกเบี้ยเร็วกว่า Fed โอกาสลดในเดือน มี.ค. ลดจาก 80% เหลือ 60%
- USD/JPY อยู่ที่ ~157.37 JPY ไม่แข็งค่าอย่างที่ควรเป็น Safe Haven เนื่องจาก BOJ คงดอกเบี้ยที่ 0.75%
- มุมมอง: USD ยังมีแรงหนุนระยะสั้น — EUR/USD มีความเสี่ยงขาลงต่อเนื่องตราบใดที่วิกฤตพลังงานยุโรปยังไม่คลี่คลาย
🪙 สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrencies)
- เหรียญดิจิทัล (BTC) ซื้อขายที่ ~$68,268–$69,378 ร่วงลง -23% จากเดือนก่อนหน้า และ -23% YoY
- ดัชนีความรู้สึกตลาด (Fear & Greed Index) อยู่ที่ Extreme Fear (11) — สะท้อนโหมด Risk-off ชัดเจน
- เหรียญดิจิทัลไม่ได้ทำหน้าที่ “Digital Gold” อย่างที่นักลงทุนหลายคนคาดหวัง แต่กลับเคลื่อนไหวสอดคล้องกับ Risk assets ทั่วไป
- การร่วงลงสอดคล้องกับ Bear cycle pattern ที่เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2025
- มุมมอง: ยังไม่มีสัญญาณพลิกกลับ ตราบใดที่ Sentiment ยังอยู่ในโซน Extreme Fear และตลาดยังอยู่ในโหมด Risk-off
ตลาด CFD วันที่ 3 มีนาคม 2026 สะท้อนภาพ “Perfect Storm” ที่ปัจจัยลบ 3 ระลอกมาบรรจบกันพร้อมกัน — วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์จาก Operation Epic Fury, เงินเฟ้อรอบใหม่จาก Oil & Energy Shock และ ความไม่แน่นอนด้านนโยบายจาก Trump Tariffs
สำหรับเทรดเดอร์ในสภาวะตลาดเช่นนี้ ปัจจัยที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ สถานะของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็น Key Variable ที่จะกำหนดทิศทางของทั้ง น้ำมัน ทองคำ ดัชนีหุ้น และค่าเงิน ในระยะถัดไป หากความขัดแย้งจบเร็ว Oil premium จะหายไปและตลาดเสี่ยงจะฟื้นตัว แต่หากยืดเยื้อ ตลาดจะต้อง Reprice ความเสี่ยง Supply disruption ครั้งใหญ่อีกรอบ
ข้อมูลสำคัญที่ต้องติดตามในวันนี้คือ JOLTS Job Openings เดือนมกราคม (เวลา 10:00 AM ET) ซึ่งจะชี้ชะตาว่า Fed จะมีพื้นที่ลดดอกเบี้ยมากน้อยเพียงใด ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อจากน้ำมันที่กำลังกลับมา และ API Crude Oil Inventory (เวลา 4:30 PM ET) ที่จะเป็นตัวชี้วัดผลกระทบของ Supply disruption ต่อสต็อกน้ำมันสหรัฐฯ ในสัปดาห์แรก
⚠️ คำเตือน: บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุนหรือชักชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ใดๆ การลงทุนในตลาด CFD มีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง
บทวิเคราะห์โดย Chanat Suwannarat