สรุปภาวะตลาด CFD รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
สัปดาห์ระหว่างวันที่ 16 – 21 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นสัปดาห์แห่งความพลิกผันครั้งสำคัญของตลาดการเงินโลก เมื่อศาลสูงสุดสหรัฐฯ (SCOTUS) มีมติ 6 ต่อ 3 ในคดี Learning Resources v. Trump วินิจฉัยให้ยกเลิกภาษีนำเข้าภายใต้กฎหมาย IEEPA ส่งผลให้อัตราภาษีเฉลี่ยของสหรัฐฯ ลดลงจาก 15.4% เหลือ 8.3% ทันที ขณะเดียวกัน ตัวเลข GDP ไตรมาส 4/2568 ออกมาต่ำกว่าคาดที่ 1.4% และรายงาน FOMC Minutes เปิดเผยว่าสมาชิกหลายรายพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อยังคงสูง ปัจจัยเหล่านี้รวมกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ผลักดันให้ตลาดเคลื่อนไหวอย่างผันผวนตลอดทั้งสัปดาห์
🥇 ทองคำ (XAU/USD) — ราคา $5,062/oz
- ราคาทะลุกลับเหนือแนวรับทางจิตวิทยา $5,000 ได้สำเร็จหลังปรับฐาน
- เส้น SMA ระยะสั้นเริ่มกลับมาชี้ขึ้น สะท้อนแรงซื้อที่กลับเข้ามาจากฝั่ง Institutional
- RSI(9) อยู่ในโซน Bullish Momentum ยังไม่เข้าสู่ Overbought
- แนวต้านสำคัญถัดไปที่ $5,200 – $5,400 | แนวรับแข็งแกร่งที่ $4,880 – $5,000
🛢️ น้ำมันดิบ WTI — ราคา $66.39/bbl | Brent $71.60/bbl
- ราคาพุ่งขึ้นกว่า +5% ตลอดสัปดาห์ แตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนนับตั้งแต่สิงหาคม 2568
- SMA 100 ตัดขึ้นเหนือ SMA 200 ยืนยันสัญญาณ Bullish Cross ในระยะกลาง
- แนวต้านสำคัญที่ $66.08 – $67.06 | แนวรับที่ $64.44 – $62.07 (Fibonacci 38.2% – 50%)
- ราคายังขึ้นอยู่กับการพัฒนาของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก
💵 ดัชนีดอลลาร์ (DXY) — ระดับ 97.76
- DXY ดีดตัวจากแนวรับ 96.48 กลับมาซื้อขายเหนือ Monthly Open ที่ 97.18
- แนวต้านระยะสั้นที่ 97.88 – 98.24 | แนวรับที่ 96.48 และ 95.61 – 95.81
- EUR/USD ปิดที่ 1.1781 (-0.62% สัปดาห์) | GBP/USD ที่ 1.3489 (-1.05%) | USD/JPY ที่ 155.14 (+1.08%)
📊 ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ
- S&P 500 ปิดที่ 6,909.51 (+1.07% สัปดาห์) ใกล้ All-Time High ที่ 6,978 เพียง 1%
- Nasdaq Composite ปิดที่ 22,886 (+1.5%) | Dow Jones ที่ 49,625 (+0.3%)
- VIX อยู่ที่ 20.23 ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ย สะท้อนความระมัดระวังของนักลงทุน
- NVIDIA ร่วงลง 5.74% ในวันพฤหัส กดดันกลุ่ม AI/Tech ท่ามกลางกระแส AI Disruption
🪙 เหรียญดิจิทัล
- BTC เคลื่อนไหวในกรอบ $67,000 – $69,000 ปิดสัปดาห์ที่ ~$67,629 (-1.5% สัปดาห์)
- ETH อ่อนแอกว่า ร่วงจาก ~$2,050 มาที่ ~$1,971 (-3.9% สัปดาห์)
- ตลาดอยู่ในโหมด Consolidation FOMC Minutes ที่เข้มงวดกดดันให้ Momentum ขาดแรงส่ง
- แนวต้าน BTC สำคัญที่ $69,000 – $70,000 | แนวรับที่ $65,000
ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ (23 – 27 กุมภาพันธ์ 2026)
สัปดาห์นี้มีปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตามองอย่างใกล้ชิดใน 5 ประเด็นหลัก ดังนี้
- 📌 ถ้อยแถลง ECB President Lagarde (อังคาร 24 และพฤหัส 26 ก.พ.) — ตลาดจับตาท่าทีต่อแนวนโยบายดอกเบี้ยยูโรโซน หลังอัตราดอกเบี้ย ECB ปัจจุบันอยู่ที่ 4.25%
- 📌 CB Consumer Confidence สหรัฐฯ (อังคาร 24 ก.พ.) — คาดที่ 87.6 จากเดิม 84.5 หากออกมาดีกว่าคาด อาจหนุน DXY และดัชนีหุ้น
- 📌 ตัวเลข CPI ออสเตรเลีย y/y (พุธ 25 ก.พ.) — คาดที่ 3.7% จากเดิม 3.8% มีผลต่อทิศทาง AUD และมุมมองนโยบาย RBA
- 📌 ตัวเลข Unemployment Claims สหรัฐฯ (พฤหัส 26 ก.พ.) — คาดที่ 216K จากเดิม 206K หากสูงกว่าคาด อาจกดดันดอลลาร์
- 📌 US Core PPI & PPI m/m (ศุกร์ 27 ก.พ.) — คาดที่ 0.3% ทั้งคู่ ตัวเลขเงินเฟ้อระดับผู้ผลิตนี้จะส่งผลต่อการคาดการณ์ทิศทาง Fed โดยตรง
นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาคู่ขนาน ได้แก่ พัฒนาการของสถานการณ์สหรัฐฯ – อิหร่าน ซึ่งมี Deadline ราว 10 – 15 วัน นับตั้งแต่คำประกาศของประธานาธิบดีทรัมป์ และการตอบสนองของรัฐบาลต่อคำตัดสิน SCOTUS ซึ่งอาจนำไปสู่มาตรการภาษีรูปแบบใหม่ภายใต้กฎหมายอื่น อีกทั้งตลาดยังจับตา Tokyo Core CPI (ศุกร์ 27 ก.พ. คาด 1.7%) เพื่อประเมินทิศทางนโยบาย BOJ และ German Prelim CPI (คาด 0.5%) สำหรับมุมมองเงินเฟ้อยุโรป
ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจ
สัปดาห์ที่ผ่านมาเผยให้เห็นภาพที่ซับซ้อนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบข้ามตลาดอย่างน่าสนใจในหลายมิติ
ประเด็นแรกที่โดดเด่นที่สุดคือ การที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ พลิกนโยบายการค้า ด้วยการล้มล้างภาษีนำเข้าภายใต้ IEEPA ถือเป็นเหตุการณ์ที่ตลาดไม่ได้คาดการณ์มาก่อน และส่งผลให้ความเสี่ยงด้านการค้าโลกลดลงทันที อย่างไรก็ตาม ภาษีภายใต้ Section 232 และ Section 301 ยังคงมีผลบังคับใช้ ขณะที่ฝ่ายบริหารกำลังมองหาช่องทางทางกฎหมายใหม่ในการเก็บภาษีทดแทน ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ตลาดยังไม่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่
- ✅ GDP Q4/2568 สหรัฐฯ เติบโตเพียง 1.4% (คาด 1.9%) ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2563 ช่วงโควิด-19 โดยมีสาเหตุหลักจากการปิดทำการรัฐบาลนาน 43 วัน
- ✅ FOMC Minutes เผยสมาชิกหลายรายพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยหากเงินเฟ้อไม่ลดลง ตลาดปรับลดโอกาสการลดดอกเบี้ยครั้งแรกไปเป็นเดือนมิถุนายน 2569 (โอกาสราว 49%)
- ✅ เงินไหลเข้ากองทุน Gold ETF สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม 2569 สะท้อนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุปสงค์ทองคำจากภาคธนาคารกลางและสถาบันการเงินโลก
- ✅ ความตึงเครียด US – อิหร่าน เป็นตัวแปรที่อาจส่งผลต่อน้ำมันดิบอย่างรุนแรง เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซรองรับการส่งออกน้ำมันดิบโลกราว 1 ใน 5 หากเกิดการหยุดชะงักจริง Brent อาจพุ่งขึ้นอย่างฉับพลัน
- ✅ CPI เดือนมกราคม อยู่ที่ 2.4% YoY ลดลงจาก 2.7% ให้สัญญาณว่าเงินเฟ้อชะลอตัว แต่ยังอยู่เหนือเป้าหมาย Fed ที่ 2.0% — ตัวเลข Core PPI สัปดาห์นี้จะเป็นสัญญาณยืนยันสำคัญ
ในมุมมองของ Intermarket นักวิเคราะห์ประเมินว่าหาก Core PPI สัปดาห์นี้ออกมาสูงกว่าคาด จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ Fed คงดอกเบี้ยในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท แต่ในขณะเดียวกัน ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงร้อนแรงจะยังคงหนุนทองคำให้ทรงตัวในระดับสูง Goldman Sachs คงเป้าหมายทองคำสิ้นปี 2569 ที่ $5,400/oz โดยมองว่าการซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลกจะเร่งตัวขึ้นอีก
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและเป็นข้อมูลประกอบการติดตามตลาดเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุนหรือการเทรดแต่อย่างใด การซื้อขาย CFD มีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมก่อนตัดสินใจ