สัปดาห์ที่สองของเดือนพฤษภาคม 2569 ตลาดการเงินโลกยังคงเดินหน้าท่ามกลางความตึงเครียดหลายแนวรบพร้อมกัน — ราคาน้ำมันดิบพุ่งใกล้แตะ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเยนถูกแรงกดดันอย่างหนักจนญี่ปุ่นต้องเข้าแทรกแซงค่าเงินสองครั้งภายในสัปดาห์เดียว ขณะที่ทั้งโลกกำลังประเมินผลพวงของสงครามอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่สามพลังงาน: จุดร้อนที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยน
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวมาอยู่ที่ 113.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงต้นสัปดาห์ ด้านน้ำมัน WTI อยู่ที่ราว 104.20 ดอลลาร์ ทั้งสองยังอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงก่อนสงครามอิหร่านกว่า 55% นับตั้งแต่ความขัดแย้งปะทุขึ้น
หัวใจของปัญหาอยู่ที่ช่องแคบฮอร์มุซ — ช่องทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดบนโลก คิดเป็น 20% ของอุปทานน้ำมันโลก นักวิเคราะห์จาก Kalshi ประมาณการว่ามีโอกาสถึง 63% ที่น้ำมันจะขึ้นไปแตะ 120 ดอลลาร์ อีกครั้ง หากสงครามยืดเยื้อ ราคาอาจพุ่งถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับผู้บริโภคทั่วไป ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังราคาสินค้าทุกประเภท โดยเฉพาะในประเทศที่นำเข้าพลังงานสุทธิญี่ปุ่น: นโยบายการเงินระหว่างหินและทั่ง
ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.75% ในการประชุมเดือนเมษายนที่ผ่านมา BOJ ปรับเพิ่มการคาดการณ์เงินเฟ้อสำหรับปีงบประมาณ 2569 เป็น 2.8% ในขณะเดียวกันก็ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ลงเหลือ 0.5% เท่านั้น
ช่องว่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยญี่ปุ่น (0.75%) กับอเมริกา (3.50–3.75%) ที่กว้างถึง 300 basis points จะยังคงเป็นแรงกดดันต่อเงินเยนต่อไป ค่าเงินเยนอ่อนค่าจนแตะระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ อีกครั้ง ก่อนที่กระทรวงการคลังญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดสองครั้งในสัปดาห์นี้ กรรมการ BOJ สามคนที่ลงมติไม่เห็นด้วย เรียกร้องให้ขึ้นดอกเบี้ยเป็น 1.0%อเมริกา: มรดกของ Liberation Day
งานวิจัยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาซานฟรานซิสโกระบุว่า ภาษีดังกล่าวทำให้ราคาสินค้าหลักพุ่งขึ้น 3.1% และ “อธิบายได้ว่าเป็นสาเหตุของเงินเฟ้อส่วนเกินทั้งหมดในหมวดสินค้าหลักตั้งแต่มกราคม 2568”
อุตสาหกรรมบางส่วนอย่างเหล็ก อลูมิเนียม และเซมิคอนดักเตอร์จะได้รับประโยชน์ ขณะที่ผู้บริโภคกลับต้องแบกรับราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เสื้อผ้า และสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตรา PCE คาดว่าจะอยู่ที่ 2.7% ในปี 2569หุ้น: เทคโนโลยีนำขบวน แต่ความเสี่ยงซ่อนอยู่
กลุ่ม “Magnificent Seven” ที่ครองถึง 33% ของมูลค่าตลาด S&P 500 และ 55% ของการเติบโตกำไรที่คาดหวังในไตรมาสนี้ คือทั้งจุดแข็งและจุดเปราะบางในเวลาเดียวกัน การกระจุกตัวนี้ทำให้ความผันผวนขยายวงกว้างได้หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดสกุลเงิน: ดอลลาร์อ่อนค่า ยูโรและเยนแข็ง
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงในสัปดาห์นี้เทียบกับคู่สกุลเงินหลัก ภาวะ Risk-on ในตลาดหุ้นดึงดูดนักลงทุนออกจากดอลลาร์ ขณะที่การแทรกแซงของญี่ปุ่นช่วยหนุนเงินเยนมุมมองที่สมดุล
ความผันผวนในสัปดาห์นี้สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกกำลังเดินบนเส้นเชือกที่ตึง — ราคาพลังงานสูงกดดันเงินเฟ้อและการเติบโตพร้อมกัน ความไม่แน่นอนยังคงเป็นสิ่งเดียวที่แน่นอนในตลาดการเงินโลกสัปดาห์นี้