| บทสรุป: ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ บันทึกสัปดาห์ที่ดีที่สุดในรอบ 5 สัปดาห์ หลังสหรัฐฯ และอิหร่าน
บรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2026 โดย S&P 500 ปรับขึ้น +3.4% และดาวโจนส์พุ่ง +2.96% ในช่วงสัปดาห์ น้ำมัน WTI แกว่งผันผวนใกล้ $100/บาร์เรล ขณะที่ทองคำยืนแข็งแกร่งที่ $4,747/ออนซ์ สูงกว่าปีที่แล้วถึง 48.7% |
1. ภาพรวมมหภาคและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2026 สหรัฐฯ และอิหร่านประกาศข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ โดยรวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกควบคุมตั้งแต่ต้นปี การประกาศดังกล่าวส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์ทั่วโลกตอบสนองด้วยการปรับตัวขึ้นแรงในทันที
ดัชนี S&P 500 พุ่ง +2.5% ในวันพุธที่ 8 เมษายน ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ปรับขึ้นถึง 1,312 จุด (+2.82%) ทำลายสถิติการขึ้นรายวันสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ในฝั่งยุโรป ดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษนำกลุ่มด้วยการปรับขึ้น +4.70%
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังเปราะบาง เนื่องจากช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ได้เปิดใช้งานอย่างสมบูรณ์ โดยอิหร่านยังคงควบคุมการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าว ช่องแคบนี้มีน้ำมันดิบประมาณ 20% ของปริมาณการค้าโลกไหลผ่านในแต่ละวัน ทำให้สถานการณ์ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดพลังงานจับตาอย่างใกล้ชิด
สำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้กล่าวถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซว่าเป็น “การหยุดชะงักการจัดหาน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดพลังงานโลก” โดยนักวิเคราะห์จาก Oxford Economics ประเมินว่าหากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง จะกดดัน GDP โลกในครึ่งแรกของปี 2026 ลงได้ถึง 0.6%
2. นโยบายการเงินของธนาคารกลาง
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50%–3.75% ในการประชุมเดือนมีนาคม 2026 เป็นการคงดอกเบี้ยติดต่อกันครั้งที่ 2 ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าเป้าหมาย โดยตัวเลข PCE Inflation ล่าสุดอยู่ที่ 2.7% สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟด
เฟดยังคงปรับคาดการณ์การเติบโต GDP ปี 2026 ขึ้นสู่ระดับ 2.4% และ 2.3% ในปี 2027 ตามลำดับ แต่ความไม่แน่นอนด้านเงินเฟ้อ โดยเฉพาะจากราคาพลังงานที่ยังสูง ทำให้ตลาดปัจจุบันมองว่าโอกาสการลดดอกเบี้ยในปีนี้มีน้อยมาก
การประชุม FOMC ครั้งถัดไปกำหนดไว้ในวันที่ 28–29 เมษายน 2026 ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญที่นักลงทุนจะรับฟังสัญญาณทิศทางนโยบายการเงิน นอกจากนี้ในสัปดาห์ถัดไปยังมีการพิจารณาแต่งตั้ง Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ ซึ่งอาจมีผลต่อทิศทางนโยบายในระยะกลาง
3. ทองคำ (XAUUSD) — จุดยืนของสินทรัพย์ปลอดภัย
ราคาทองคำ (XAUUSD) ยืนแข็งแกร่งที่ระดับ $4,747 ต่อออนซ์ ณ วันที่ 8 เมษายน 2026 สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึง 48.7% สะท้อนถึงความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยที่ยังคงแข็งแกร่งในภาวะความไม่แน่นอนสูง
ในช่วงต้นสัปดาห์ ทองคำเคยพุ่งสูงถึง $4,850 หลังข่าวหยุดยิงออกมา ก่อนที่จะปรับตัวลงมาอยู่ที่ $4,690 เมื่อดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น เนื่องจากตลาดมองว่าเฟดอาจไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ในปีนี้เนื่องจากแรงกดดันเงินเฟ้อ
สถาบันการเงินชั้นนำ ได้แก่ JPMorgan และ Goldman Sachs ต่างมองว่าทองคำจะยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง โดยมีกรอบประมาณการณ์ระยะยาวไว้ที่ $4,000–$6,300 ต่อออนซ์ ปัจจัยหลักที่ยังหนุนราคาทองคำ ได้แก่ ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แรงกดดันเงินเฟ้อโลก และการที่ธนาคารกลางต่าง ๆ ยังคงสะสมทองคำสำรอง
4. ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ดัชนีหุ้นสำคัญสหรัฐฯ พลิกกลับจากแนวโน้มขาลงที่ยาวนาน 5 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยสัปดาห์นี้ S&P 500 ปรับขึ้น +3.4% ดาวโจนส์บวก +2.96% ส่วน FTSE 100 ของอังกฤษนำกลุ่มด้วย +4.70%
การฟื้นตัวนี้ได้รับแรงหนุนสำคัญจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) ประจำเดือนมีนาคม 2026 ที่แข็งแกร่งกว่าคาดมาก โดยตัวเลขจริงอยู่ที่ 178,000 ตำแหน่ง เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดไว้เพียง 60,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 4.3%
ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี Bitcoin พุ่งขึ้นแตะ $73,000 ชั่วขณะ ก่อนปรับตัวลงมาอยู่ที่ $71,547 ขณะที่ Ethereum ปรับขึ้น +5.62% สู่ระดับ $2,233 มูลค่าตลาดรวม Crypto อยู่ที่ $2.52 ล้านล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ดัชนีความกลัวและความโลภ (Fear and Greed Index) ยังอยู่ที่ระดับ 17 (Extreme Fear) และดัชนีความผันผวน VIX อยู่ที่ 23.87 สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังระมัดระวังสูงแม้ตลาดจะฟื้นตัว
5. สิ่งที่ตลาดกำลังจับตาในสัปดาห์หน้า
- 14 เมษายน 2026: IMF เผยแพร่ World Economic Outlook และ Global Financial Stability Report ฉบับเดือนเมษายน 2026 — จะให้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกท่ามกลางความเสี่ยงจากราคาพลังงานสูง
- สัปดาห์ 13 เมษายน: การพิจารณาแต่งตั้ง Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ในคณะกรรมาธิการวุฒิสภา — อาจส่งสัญญาณทิศทางนโยบายการเงินระยะถัดไป
- ตลอดสัปดาห์: รัฐมนตรีการคลัง ASEAN 11 ประเทศ ประชุมที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เพื่อหารือการรวมตัวทางการเงินและพัฒนาตลาดทุนในภูมิภาค
- ตลอดสัปดาห์: ติดตามสถานการณ์ช่องแคบฮอร์มุซรายวัน — ทุกพัฒนาการจะมีผลโดยตรงต่อราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และทิศทางตลาดโลก
- 28–29 เมษายน 2026: การประชุม FOMC ครั้งถัดไป — นักลงทุนจะรอสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอย่างใกล้ชิด
สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนสำคัญว่าตลาดการเงินโลกยังคงขับเคลื่อนด้วยปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์อย่างเข้มข้น ทั้งนักลงทุนสถาบันและรายย่อยต่างต้องติดตามพัฒนาการในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพราะแต่ละก้าวของสถานการณ์มีผลโดยตรงต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ นโยบายการเงิน และตลาดสินทรัพย์ทั่วโลกในสัปดาห์ข้างหน้า
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหาทั้งหมดในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ การลงทุนในผลิตภัณฑ์ CFD มีความเสี่ยงสูงและอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง