ภาพรวม
ตลาดพลังงานโลกเผชิญกับแรงกระทบอย่างฉับพลันในวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2026 หลังอิหร่านประกาศระงับการเดินเรือพลเรือนในช่องแคบ Hormuz เป็นการชั่วคราว เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ของสหรัฐฯ ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางผ่านของน้ำมันดิบประมาณ 21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นราว 20% ของการค้าน้ำมันโลก ตามรายงานของ IEA (International Energy Agency)
Fatih Birol ผู้อำนวยการบริหาร IEA กล่าวว่า “การหยุดชะงักใดๆ ที่ช่องแคบ Hormuz จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดพลังงานโลก โดยเฉพาะในช่วงที่สำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) ของประเทศผู้บริโภครายใหญ่อยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี” Russell Hardy ซีอีโอของ Vitol Group ผู้ค้าน้ำมันอิสระรายใหญ่ที่สุดของโลก เสริมว่าตลาดกำลัง “ประเมิน risk premium ใหม่สำหรับทุกเส้นทางที่ผ่านตะวันออกกลาง”
ในภาพรวม ค่าเงิน Dollar Index (DXY) ปรับตัวลดลงจากระดับ 103+ มาอยู่ที่ 98.57 สะท้อนการอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางความคาดหวังว่า Fed อาจส่งสัญญาณ dovish มากขึ้นในการประชุม FOMC ที่จะมาถึง ขณะที่ Oxford Economics คาดการณ์ว่าหาก Fed ปรับลดดอกเบี้ย 25 bps ในเดือนพฤษภาคม จะหนุนให้ EUR/USD ทดสอบระดับ 1.19 ภายในไตรมาส 2
ผลกระทบต่อตลาด
🔹 Forex
ค่าเงินยูโร (EUR/USD) แข็งค่าขึ้นที่ 1.1733 ได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าจากการที่ DXY ร่วงลงมาที่ 98.57 ทิศทาง EUR/USD ยังเป็นบวกตราบเท่าที่ตลาดคาดการณ์ว่า Fed จะปรับลดดอกเบี้ย ส่วน GBP/USD ซื้อขายที่ 1.3517 ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากข้อมูลเงินเฟ้อสหราชอาณาจักรที่แข็งแกร่งกว่าคาด
USD/JPY ขยับมาอยู่ที่ 159.65 สะท้อนการอ่อนค่าของดอลลาร์เมื่อเทียบกับเยน แม้ BOJ ยังคงส่งสัญญาณนโยบายผ่อนคลาย แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจเป็นปัจจัยให้ BOJ พิจารณาปรับท่าทีนโยบายในการประชุมเดือนมิถุนายน เทรดเดอร์ควรติดตามถ้อยแถลง Fed เพื่อประเมินทิศทาง DXY ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อทุกคู่สกุลเงินหลัก
🔸 XAUUSD (ทองคำ)
ทองคำซื้อขายที่ $4,706 ต่อออนซ์ ปรับตัวลงจากระดับสูงสุดเมื่อคืน หลังนักลงทุนบางส่วนทยอยขายทำกำไรเมื่อ war premium คลายตัว แนวรับสำคัญอยู่ที่ $4,690 และแนวต้านถัดไปที่ $4,748 ทองคำยังได้รับแรงหนุนจาก DXY ที่อ่อนค่า และความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงปรากฏ
นักวิเคราะห์จาก Goldman Sachs ระบุว่าทองคำยังคงอยู่ใน uptrend ระยะกลาง โดยมีเป้าหมาย $4,850-5,000 หากสถานการณ์ Hormuz ยืดเยื้อ เทรดเดอร์ควรระวังการย่อตัวสั้นๆ ก่อน FOMC ซึ่งอาจสร้างโอกาส buy on dip
📈 US Indices
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงปานกลางจากแรงกดดันต้นทุนพลังงาน โดย S&P 500 ลดลง 0.41% มาอยู่ที่ 7,108.40 จุด, Nasdaq 100 ลดลง 0.89% มาอยู่ที่ 24,438.50 จุด และ Dow Jones ลดลง 0.36% มาอยู่ที่ 49,310.32 จุด ตามรายงานของ CNBC
หุ้นกลุ่มพลังงาน (Energy Sector) เป็นกลุ่มเดียวที่ปรับตัวขึ้น ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีและผู้บริโภคปรับตัวลง เนื่องจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลต่อ margin ของบริษัท นักลงทุนควรติดตามผลประกอบการไตรมาส 1 ของบริษัทใหญ่ในสัปดาห์นี้ เช่น Alphabet, Microsoft และ Meta
🛢️ US Oil
WTI Crude ปรับตัวขึ้น 1.67% มาอยู่ที่ $94.46 ต่อบาร์เรล ขณะที่ Brent ทะลุระดับ $100 ขึ้นมาอยู่ที่ $103.38 ต่อบาร์เรล (+1.44%) ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปีที่ Brent กลับมายืนเหนือ $100 อีกครั้ง จากวิกฤต Hormuz ที่ส่งสัญญาณเตือนด้านอุปทาน
ปัจจัยเพิ่มเติมได้แก่ รายงาน EIA ที่เผยให้เห็นว่าสต็อกน้ำมันสหรัฐฯ ลดลง 3.8 ล้านบาร์เรลสัปดาห์ที่ผ่านมา และการตัดสินใจของ OPEC+ ที่ยังคงมาตรการลดการผลิตอยู่ ผู้ค้าน้ำมันควรจับตาระดับแนวต้าน $105 สำหรับ Brent และ $97 สำหรับ WTI ในช่วงสั้น
💎 เหรียญดิจิทัล
ตลาดเหรียญดิจิทัลซื้อขายค่อนข้างทรงตัว โดยสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำซื้อขายบริเวณ $76,000 ได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนไหลเข้า Spot ETF มูลค่า $996 ล้านในวันทำการที่ผ่านมา ตามข้อมูลของ SoSoValue อ้างโดย CoinDesk ซึ่งเป็นสัญญาณของความต้องการจากสถาบันการเงินที่ยังคงแข็งแกร่ง
ด้าน Ethereum (ETH) พบการสะสมจาก wallet สถาบัน 101,627 ETH ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาวของนักลงทุนสถาบัน ความเสี่ยงหลักของตลาดเหรียญดิจิทัลในระยะสั้นได้แก่ การเคลื่อนไหวของ DXY และทิศทางดอกเบี้ยหลัง FOMC ซึ่งหาก Fed ส่งสัญญาณ hawkish กว่าคาด อาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยงรวมถึงเหรียญดิจิทัล
บทสรุปและข้อควรระวัง
ภาพรวมตลาดในวันนี้ถูกครอบงำโดยสองธีมหลัก ได้แก่ วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ที่ช่องแคบ Hormuz ซึ่งผลักดันราคาน้ำมันให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และการรอคอยสัญญาณจาก FOMC ในวันที่ 28 เมษายน ซึ่งจะกำหนดทิศทางดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์ไปอีกหลายเดือน ตลาดอยู่ในสภาวะระมัดระวังสูง โดยเฉพาะกลุ่มหุ้น Tech ที่เผชิญแรงขายจากความกังวลด้านต้นทุน
ปัจจัยเสี่ยงที่เทรดเดอร์ควรติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ (1) ความคืบหน้าของสถานการณ์ Hormuz และโอกาสที่จะยกระดับหรือคลี่คลาย (2) ถ้อยแถลง FOMC วันที่ 28 เมษายน และ (3) ผลประกอบการไตรมาส 1 ของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจส่งผล sentiment ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรวม
Disclaimer
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาและข้อมูลเท่านั้น มิใช่คำแนะนำการลงทุน หรือการชี้ชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ใดๆ ทั้งสิ้น การลงทุนในตลาด CFD มีความเสี่ยงสูง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง