ภูมิรัฐศาสตร์ — อิหร่านและช่องแคบฮอร์มุซ
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งปะทุขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้ยกระดับเป็นวิกฤตพลังงานโลกครั้งสำคัญ เมื่อกองทัพอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบที่สำคัญที่สุดในโลก โดยมีปริมาณการขนถ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสูงถึงประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นราว 1 ใน 5 ของการบริโภคน้ำมันโลกทั้งหมด การหยุดชะงักครั้งนี้ถูก IEA จัดว่าเป็น ‘การหยุดชะงักการจัดหาพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดน้ำมันโลก’
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศยุติความพยายามทางการทูต พร้อมตั้งเส้นตายวันที่ 6 เมษายนให้อิหร่านเปิดช่องแคบคืน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยระบบค่าผ่านทางสำหรับเรือของประเทศพันธมิตร ความไม่แน่นอนนี้ยังคงกดดันตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง
นโยบายธนาคารกลาง — เฟดและผลกระทบต่อตลาดเงิน
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 3.50%–3.75% ตามมติการประชุม FOMC ล่าสุดในเดือนมกราคม 2569 ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น
เจ้าหน้าที่เฟดมีมุมมองที่แตกต่างกัน: ผู้ว่าการโบว์แมนมองว่าเฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้งในปีนี้ ขณะที่ผู้ว่าการวอลเลอร์เน้นความระมัดระวัง โดยอ้างถึงความเสี่ยงเงินเฟ้อจากราคาน้ำมัน ประธานาธิบดีธนาคารกลางเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ มูซาเลม ระบุว่า ‘นโยบายปัจจุบันอยู่ในสถานะที่เหมาะสมแล้ว และคาดว่าจะยังคงระดับนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง’
ในตลาดเงิน EUR/USD ยังคงอ่อนแอ เนื่องจากยุโรปมีความเปราะบางสูงต่อราคาพลังงานที่พุ่งสูง GBP ค่อนข้างทรงตัว ขณะที่ USD/JPY ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 160 ซึ่งทำให้นักลงทุนจับตาความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) จะเข้าแทรกแซงค่าเงิน
สินค้าโภคภัณฑ์ — น้ำมันดิบและทองคำ
น้ำมันดิบ (Brent / WTI)
ราคาน้ำมันดิบพุ่งแรงในสัปดาห์นี้หลังประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์แสดงท่าทีการทหารที่เข้มแข็งต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 2 เมษายน น้ำมัน Brent ปิดที่ราว $109.03 ต่อบาร์เรล (บวก 8%) ขณะที่ WTI ปิดที่ $111.54 (บวกกว่า 11%) ในวันเดียวกัน
ความกังวลหลักของตลาดคือการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจกระทบปริมาณน้ำมัน 8–10 ล้านบาร์เรลต่อวันแม้จะมีการเปลี่ยนเส้นทางบางส่วน ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นกำลังสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อทั่วโลก
ทองคำ (XAUUSD)
ทองคำปรับตัวลดลงในช่วงนี้หลังจากบันทึกสถิติสูงสุดไว้ต้นปี โดยราคาล่าสุดอยู่ในช่วง $4,728–$4,758 ต่อออนซ์ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้น กดดันราคาทองคำแม้ว่าความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์จะยังสนับสนุนอุปสงค์ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ทองคำยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว
ภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในปี 2569 โดย S&P 500 ปรับลดลงประมาณ 7.1% จากช่วงต้นปี (จากจุดสูงสุดที่ 7,003 จุด) และบันทึกการขาดทุน 5 สัปดาห์ติดต่อกัน — สถิติที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่ปี 2565
ดัชนี Dow Jones เข้าสู่ ‘Correction Territory’ อย่างเป็นทางการ ขณะที่ VIX (ดัชนีความผันผวน) ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 31 สะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุน อย่างไรก็ตาม วันที่ 2 เมษายนเห็นการฟื้นตัวระยะสั้น โดย S&P 500 บวก 0.72% และ Dow บวก 0.48%
ปัจจัยกดดันเพิ่มเติมมาจากยอดส่งมอบรถยนต์ Tesla ไตรมาส 1 ที่ต่ำกว่าคาด โดยทำได้ 358,023 คัน เทียบกับที่วอลสตรีทคาดไว้ที่ 366,000 คัน ความไม่แน่นอนด้านภาษีศุลกากรและผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงยังคงเป็นแรงกดดันหลัก
สิ่งที่ตลาดจับตาสัปดาห์หน้า
นักลงทุนและนักวิเคราะห์จะให้ความสนใจกับเหตุการณ์สำคัญดังต่อไปนี้ในช่วงสัปดาห์หน้า:
- เส้นตาย 6 เมษายน — ทรัมป์ตั้งเส้นตายให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ผลลัพธ์จะกำหนดทิศทางราคาน้ำมันและความเชื่อมั่นตลาดโลกอย่างมีนัยสำคัญ
- ข้อมูล Non-Farm Payrolls (NFP) เดือนมีนาคม — เผยแพร่วันที่ 3 เมษายน ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเดือนกุมภาพันธ์บันทึกตัวเลข -92,000 ครั้งแรกที่ติดลบนับตั้งแต่ปี 2563
- ท่าทีเฟดต่อสถานการณ์ stagflation — เงินเฟ้อ PCE คาดพุ่งสู่ 3.5–4.0% ขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัว เฟดต้องสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อและการสนับสนุนการเติบโต
- ความเคลื่อนไหว USD/JPY เหนือระดับ 160 — นักลงทุนจับตาว่า BoJ จะเข้าแทรกแซงตลาดเงินหรือไม่
- รายงาน World Economic Outlook ของ IMF กำหนดเผยแพร่วันที่ 14 เมษายน — จะให้มุมมองการเติบโตโลกที่ปรับใหม่ตามสภาวะความขัดแย้ง
ตลาดโลกในสัปดาห์นี้สะท้อนความตึงเครียดที่หลายเส้นทางบรรจบกัน: ราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ ความกังวลภาวะ Stagflation ที่ทวีความรุนแรง และตลาดหุ้นที่อยู่ในช่วงปรับฐานจากจุดสูงสุดต้นปี
ความเข้าใจบริบทมหภาคเหล่านี้ถือเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับทุกคนที่ติดตามตลาดการเงิน โดยเฉพาะในช่วงที่ข้อมูลใหม่ๆ เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การศึกษาและทำความเข้าใจปัจจัยขับเคลื่อนตลาดจะช่วยให้คุณมองภาพรวมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: เนื้อหาในบทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการเงินหรือการลงทุนแต่อย่างใด การซื้อขาย CFD มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนได้บางส่วนหรือทั้งหมด