ภาพรวม
ตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ โดยกำลัง “หมุนแกน” จากเฟสดอกเบี้ยสูงสุดไปสู่เฟส “เตรียมลดดอกเบี้ย” โดยเฉพาะฝั่งสหรัฐฯ ขณะที่เศรษฐกิจยังไม่ถึงขั้นถดถอยชัดเจน แต่มีสัญญาณชะลอตัวแรงขึ้นในบางมิติ
ธีมหลักที่ขับเคลื่อนตลาดวันนี้:
ตลาดอนุพันธ์บ่งชี้ความน่าจะเป็นของการลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนธันวาคมอยู่ในโซนสูงราว 70-80% ขึ้นไป หลังจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ หลายชุดเริ่มอ่อนตัวลง ทั้ง PPI ยอดขายปลีก และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ขณะที่บันทึกการประชุมล่าสุดของ Fed บ่งชี้แนวโน้มยุติการทำ QT (ลดงบดุล) ในช่วงต้นเดือนธันวาคม
ในส่วนของธนาคารกลางหลักอื่นๆ ECB ส่งสัญญาณชัดเจนว่า “คงดอกเบี้ยยาว และ data-dependent” ขณะที่ BoJ กำลังเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ Tokyo CPI ที่พุ่งแตะ 2.8% สูงกว่าเป้าหมาย 2% ทำให้ตลาดเริ่ม price-in โอกาสที่ญี่ปุ่นจะเริ่ม cycle ขึ้นดอกเบี้ยในไตรมาสถัดไป สำหรับ BoE นั้น เงินเฟ้อ UK ล่าสุดอยู่ที่ 3.6% สูงกว่าคาด ขณะที่ยอดค้าปลีกหดตัวแรงถึง -1.1% m/m สะท้อนภาวะ “stagflation-lite”
หมายเหตุสำคัญ: รัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ในภาวะ shutdown บางส่วน ทำให้การเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจบางตัวล่าช้า ประกอบกับวันหยุด Thanksgiving ทำให้สภาพคล่องในตลาดค่อนข้างบางเบา
ผลกระทบต่อตลาด
Forex
- ดัชนีดอลลาร์ (DXY) อยู่ที่ระดับ 99.50 กำลังมุ่งหน้าสู่การเป็น “สัปดาห์ที่อ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 4 เดือน” ลดลง 6.16% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากนักลงทุนเพิ่มน้ำหนักการคาดการณ์ว่า Fed จะลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
- EURUSD เคลื่อนไหวที่ระดับ 1.1602 ได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของดอลลาร์ แต่ถูกจำกัด upside ด้วยพื้นฐานยูโรโซนที่ยังเปราะบาง โดย PMI รวมยังอยู่เหนือ 50 เล็กน้อย
- GBPUSD อยู่ที่ 1.3243 เคลื่อนไหวแบบ sideways-ลง และผันผวนสูง โดยเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาดช่วยพยุง GBP บ้าง แต่ข้อมูลค้าปลีกที่อ่อนมากทำให้ upside จำกัด
- USDJPY ที่ระดับ 156.27 เยนอ่อนค่าต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่สาม แม้ Tokyo CPI จะเกิน 2.8% ภาพรวมเชิงพื้นฐานตอนนี้คือ “policy divergence” สหรัฐฯ กำลังก้าวเข้าสู่เฟสลดดอกเบี้ย ขณะที่ญี่ปุ่นกำลังก้าวออกจากดอกเบี้ยติดลบ
- Bias หลัก: ดอลลาร์อ่อนในภาพใหญ่ แต่ต้องระวัง short squeeze หากมีข้อมูลสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด หรือ Fed ส่งสัญญาณ hawkish กว่าตลาดคาด
ทองคำ (XAUUSD)
- ราคาปัจจุบัน: $4,183.45 ต่อออนซ์ (+0.57% รายวัน)
- ผลตอบแทน: +6.42% ในรอบ 1 เดือน และ +57.40% เมื่อเทียบกับปีก่อน
- 52-Week Range: $2,583.49 – $4,381.60
- โครงสร้างขาขึ้น: ชัดเจนว่าอยู่ในขาขึ้นเชิงโครงสร้างที่ขับเคลื่อนโดยธีมดอกเบี้ยขาลง + ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
- ปัจจัยหนุน: คาดการณ์ Fed cut ทำให้ real yield ในอนาคตลดลง สถานการณ์สงครามยูเครนและความเสี่ยงด้านการค้าโลกหนุน demand แบบ safe-haven
- ความเสี่ยง: หาก Fed ส่งสัญญาณแข็งกร้าวกว่าที่ตลาดคาด อาจมีแรงขายระยะสั้น
- Bias: ยังเป็นฝั่ง long / ซื้อเมื่อลง (buy on dip) ระยะสั้นมีโอกาสแกว่งสะสมกำลัง
ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ (US Indices)
- S&P 500: 6,812.61 จุด (+0.69% รายวัน) ติดลบราว 1.10% ในรอบเดือน แต่ยังบวก 12.98% YoY
- Dow Jones: 47,427.12 จุด (+0.67% รายวัน) ทำ 3-day winning streak
- Nasdaq: 23,214.69 จุด (+0.82% รายวัน)
- สถานการณ์: เดือนพฤศจิกายนถือเป็นเดือนที่ “ผิดสถิติ” เพราะปกติมักเป็นเดือนที่ตลาดให้ผลตอบแทนดี แต่ปีนี้ดัชนีหลักติดลบ
- แรงกดดัน: กลุ่มเทค/AI ถูก “re-rate ความคาดหวังกำไร” นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจว่ากำไรในอนาคตจะโตทันราคาหุ้นที่ขึ้นแรงมาก่อนหน้า
- ปัจจัยชี้ขาด: ท่าที Fed ถ้า confirm ว่า cycle ลดดอกเบี้ยเริ่ม ธ.ค. มีโอกาสเห็น year-end rally
- Bias: Range-to-down ระยะสั้น แต่โครงสร้างใหญ่ยังเป็น bull market ที่พักตัว
น้ำมันดิบ (US Oil)
- WTI: $58.84 ต่อบาร์เรล (-2.18% MTD, -14.64% YoY)
- Brent: $62.81 ต่อบาร์เรล (-1.60% MTD, -14.03% YoY)
- Losing Streak: ทั้ง WTI และ Brent กำลังจะปิดเดือน พ.ย. ด้วยการ “ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4” ซึ่งเป็น losing streak ยาวที่สุดตั้งแต่ปี 2023
- ปัจจัยกดดัน: ความคาดหวังดีลสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน อาจเปิดทางให้ข้อจำกัดน้ำมันรัสเซียผ่อนคลายลง, OPEC+ ใกล้ประชุมสุดสัปดาห์นี้แต่ตลาดยังลังเล, Demand โลกอยู่ในโหมด “ชะลอแต่ไม่พัง”
- Bias: เอียงลง “ขายเมื่อเด้ง” จนกว่าจะเห็น OPEC+ ลดกำลังการผลิตเกินคาด หรือตัวเลขเศรษฐกิจโลกฟื้นชัดเจน
คริปโตเคอเรนซี (Cryptocurrencies)
- Bitcoin: $91,404 (+4.6% ใน 24 ชม.) ฟื้นตัวกลับเหนือ $90,000 หลังปรับฐานแรงจากจุดสูงสุดเหนือ $110,000 ในช่วงต้นเดือน
- Ethereum: $3,038 (+3.8% ใน 24 ชม.) ยังยืนเหนือ $3,000 แต่การเคลื่อนไหวส่วนใหญ่ “ตาม beta ของ Bitcoin”
- Market Cap รวม: เพิ่มขึ้น 3.6% สู่ $3.2 ล้านล้านดอลลาร์
- Fear & Greed Index: ยังอยู่ในโซน “Extreme Fear” ที่ 22
- ปัจจัยขับเคลื่อน: สภาพคล่องโลกและทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ หาก Fed เดินหน้าลดดอกเบี้ยจริง จะเป็น tailwind ระยะกลาง, การ unwind ของเลเวอเรจหลังการปรับฐานแรง
- Bias: High volatility, high beta to global liquidity เหมาะสำหรับเทรดแบบ tactical ตาม sentiment ระยะสั้น
บทสรุป
ตลาดการเงินโลกกำลัง “price in Fed cut เดือน ธ.ค.” อย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดภาพ ดอลลาร์อ่อน ทองแข็ง น้ำมันอ่อน หุ้นพักฐาน และคริปโตเหวี่ยงแรง
ความสัมพันธ์ระหว่างตลาด (Intermarket Relationships):
การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อทุกสินทรัพย์ในขณะนี้ ทองคำได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการลดลงของ real yield และความต้องการ safe-haven ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ในทางตรงกันข้าม น้ำมันดิบกลับไม่ได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์อ่อน เนื่องจากปัจจัย supply-demand เฉพาะตัวที่ยังคงกดดันราคา ส่วนหุ้นและคริปโตยังคงผันผวนตามความคาดหวังของนโยบายการเงิน
ประเด็นที่ควรจับตาใน 24-72 ชั่วโมงข้างหน้า:
- การสื่อสารของ Fed เพิ่มเติมหลังวันหยุดสหรัฐฯ
- การประชุม OPEC+ สุดสัปดาห์นี้ ซึ่งจะเป็นจุดชี้ขาดทิศทางน้ำมัน
- ความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพรัสเซีย-ยูเครน
- ข้อมูลเศรษฐกิจแคนาดา ญี่ปุ่น และยุโรป
คำเตือน: การลงทุนใน CFD มีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลักษณะของผลิตภัณฑ์ รวมถึงความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
ข้อมูล ณ วันที่ 28 พฤศจิกายน 2025 | Taurex